สงครามอิหร่านเข้าสู่เฟสใหม่ ผลัดกันถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
สงครามอิหร่านกำลังยกระดับเข้าสู่เฟสใหม่ เมื่อคู่อริพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของกันและกัน ทำให้ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งอยู่แล้วจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซต้องเพิ่มสูงยิ่งขึ้นไปอีก จับตาเพื่อนบ้านอ่าวเปอร์เซียจะเข้าร่วมวงด้วยหรือไม่ ถ้าร่วมก็ถือว่าสงครามยกระดับไปอีกขั้น
สงครามเฟสใหม่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันพุธ 18 (มี.ค.) หรือวันที่ 19 ของสงคราม เมื่อสื่ออิหร่านรายงานว่า อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์สของอิหร่าน ส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดของโลก แหล่งพลังงานสำคัญของประเทศ ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานแหล่งก๊าซใกล้เมืองอซาลูเยห์บนชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียของอิหร่านเกิดไฟไหม้ รัฐบาลเตหะรานจึงประกาศกร้าวจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศอ่าวเปอร์เซียอื่นๆ เพื่อแก้แค้นเอาคืน
เมื่ออิหร่านลั่นวาจาจะแก้แค้น กาตาร์เอเนอร์จี รัฐวิสาหกิจน้ำมันของกาตาร์รายงานว่าได้รับ “ความเสียหายอย่างหนัก”จากเหตุขีปนาวุธอิหร่านโจมตีเมืองอุตสาหกรรมราสลาฟฟานแหล่งแปรรูปก๊าซธรรมชาติประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณก๊าซทั่วโลก
ในวันเดียวกันนั้น ซาอุดีอาระเบียแถลงว่า ได้สกัดและทำลายขีปนาวุธสี่ลูกที่ยิงเข้าใส่กรุงริยาด และสกัดโดรนโจมตีโรงงานก๊าซหนึ่งแห่งทางภาคตะวันออก
สงครามอิหร่านสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจโลกไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ เมื่ออิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการส่งออกในประเทศเพื่อนบ้าน ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาพลังงานๆ ทั้งๆ ที่เพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียไม่ว่าจะเป็นซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ โอมาน อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ไม่ได้มีส่วนร่วมกับสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน
ล่วงเข้าวันพฤหัสบดี (19 มี.ค) อิหร่านโจมตีโรงงานก๊าซของกาตาร์อีกครั้ง และยิงขีปนาวุธพุ่งเป้ากรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียเช่นเดิม
ร้อนถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐไม่ได้รู้มาก่อนว่าอิสราเอลจะโจมตี และกาตาร์ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตาม วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ทรัมป์เห็นชอบแผนการโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติอิหร่านของอิสราเอล
ทรัมป์ลั่นอิสราเอลจะไม่ทำอีก :
ทรัมป์กระหน่ำโพสต์ X ในวันพุธตามเวลาท้องถิ่น
“ด้วยความโกรธแค้นต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง อิสราเอลได้โจมตีอย่างรุนแรงต่อแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์สในอิหร่าน”
794399
“น่าเสียดายที่อิหร่านไม่ทราบเรื่องนี้ หรือข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีเซาท์พาร์ส และได้โจมตีส่วนหนึ่งของโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์โดยไม่มีเหตุผลและไม่เป็นธรรม”
“อิสราเอลจะไม่โจมตีแหล่งน้ำมันเซาท์พาร์สที่สำคัญและมีค่ายิ่งอีกต่อไป เว้นแต่ว่าอิหร่านจะตัดสินใจโจมตีประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องซึ่งก็คือกาตาร์”
“ในกรณีเช่นนั้น สหรัฐอเมริกาจะระเบิดแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สทั้งหมด ไม่ว่าจะได้รับความช่วยเหลือหรือความยินยอมจากอิสราเอลหรือไม่ก็ตาม ด้วยกำลังและความรุนแรงในระดับที่อิหร่านไม่เคยเห็นหรือพบเห็นมาก่อน”
เซาท์พาร์สเป็นส่วนของแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่สุดของโลกในส่วนของอิหร่าน อีกส่วนเป็นของกาตาร์พันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐ ที่ตั้งฐานทัพสหรัฐใหญ่สุดในอ่าวเปอร์เซีย
นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. รัฐบาลเตหะรานไม่ได้เล่นงานแค่อิสราเอล แต่ยังพุ่งเป้าสถานทูตและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐทั่วอ่าวเปอร์เซีย และเตือนเพื่อนบ้านอย่าปล่อยให้สหรัฐใช้ประเทศตนเองเป็นฐานโจมตีอิหร่าน
ฮามิดเรซา อาซีซี นักวิจัยรับเชิญจากสถาบันเยอรมนีเพื่อกิจการระหว่างประเทศและความมั่นคงกล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า การโจมตีเซาท์พาร์สเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแนวทางไปสู่การทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของอิหร่าน และควบคุมความสามารถในการสู้รบ
"เซาท์พาร์สคือศูนย์กลางอุปทานก๊าซของอิหร่านส่งผลต่อเนื่องถึงการผลิตไฟฟ้าและกิจกรรมทางอุตสาหกรรมด้วย แม้แต่การหยุดชะงักเพียงเล็กน้อยหรือชั่วคราวก็อาจส่งผลให้เกิดการขาดแคลนพลังงานอุตสาหกรรมชะลอตัว และความตึงเครียดทางเศรษฐกิจในวงกว้าง” อาซีซีกล่าว
ทั้งนี้ กองทัพอิหร่านลั่นวาจาว่าจะแก้แค้นให้กับมรณกรรมของอาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน, โกลัมเรซา โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังบาซิจ ผู้ดูแลความมั่นคงภายในประเทศ ทั้งสองเสียชีวิตในการโจมตีของอิสราเอลเมื่อคืนวันจันทร์ (16 มี.ค.) ตามด้วยเอสมาอิล คาทิบ รัฐมนตรีข่าวกรองอิหร่านในวันพุธ รวมสองวันอิสราเอลปลิดชีพผู้นำสำคัญของอิหร่านไปถึงสามคน
ทรัมป์เล็งเพิ่มทหารเข้าตะวันออกกลาง :
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐหนึ่งคนและคนวงในอื่นๆ อีกสามคนเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เมื่อไม่มีสัญญาณว่าความขัดแย้งจะลดลง ทรัมป์กำลังพิจารณาส่งทหารสหรัฐอีกหลายพันนายเข้าไปเพิ่มในตะวันออกกลาง เพื่อใช้ดูแลความปลอดภัยเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ จุดคอขวดทางยุทธศาสตร์ที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหนึ่งในห้าของโลก
ประเทศอ่าวจะตอบโต้หรือไม่ :
น่าสังเกตว่าการที่อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของกาตาร์และสถานทูตสหรัฐในกรุงริยาดเมื่อวันพุธ เป็นวันที่ซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 12 ชาติมุสลิมพอดี เกิดคำถามว่า ประเทศอ่าวเปอร์เซียจะโจมตีตอบโต้อิหร่านหรือไม่ ถ้าเกิดขึ้นจริงเท่ากับว่าสงครามเฟสใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว
การประชุมต่อเนื่องไปจนถึงวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียแถลงข่าวในช่วงเช้าเตือนอิหร่านว่า ความอดทนอดกลั้นของซาอุดีอาระเบียและเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียต่อการโจมตีของอิหร่านนั้น“มีจำกัด” และเรียกร้องให้เตหะรานปรับกลยุทธ์ใหม่ในทันที
“เราขอสงวนสิทธิ์ในการใช้ปฏิบัติการทางทหาร หากเห็นว่าจำเป็น” พร้อมเตือนอิหร่านว่า การกดดันอาจ “ส่งผลเสียต่อสถานการณ์ทั้งทางการเมืองและทางจริยธรรม”
ด้านชีคตามิม บิน ฮาหมัด อัล ทานี เจ้าผู้ครองนครกาตาร์ หารือกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส สองผู้นำมองว่าการโจมตีของอิหร่านเป็น “การยกระดับความขัดแย้งที่อันตรายคุกคามความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาคบ่อนทำลายความมั่นคงของแหล่งพลังงานทั่วโลก”
เมห์ราน คามราวา นักรัฐศาสตร์ กล่าวกับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า การโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่ทวีความรุนแรงขึ้นของอิหร่าน ทำให้รัฐบาลของประเทศเหล่านั้น “ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากทางการทูตอย่างแท้จริง”
“ในด้านหนึ่ง ก็มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะตอบโต้การรุกรานของอิหร่านอย่างเปิดเผย”
“แต่อีกด้านหนึ่ง ประเทศเหล่านั้นก็ตระหนักดีว่า หากพวกเขาเข้าร่วมสงครามต่อสู้กับอิหร่าน แล้วจู่ๆ โดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวออกไปแล้วประกาศชัยชนะของอเมริกา พวกเขาก็ถูกทิ้งให้สู้รบกับเพื่อนบ้านเอง"
ส่วนอิสราเอลนั้นแม้ไม่ได้อ้างว่าเป็นผู้โจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส แต่อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้คำมั่นว่า จะมี “เซอร์ไพรส์” ตามมาอีก เมื่อประเทศของเขาพยายาม “เด็ดหัว” ผู้นำรัฐบาลเตหะราน
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที 20 มีนาคม 2569

