สมาคมฯ เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี การก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่สาธารณร้ฐสังคมนิยมเวียดนาม จังหวัดขอนแก่น
วันที่ 22 เมษายน 2569 คุณสนั่น อังอุบลกุล นายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม และคุณประภาส วิภพโสภณ อุปนายก สมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม ได้รับการต้อนรับจาก ท่านดิงห์ ฮว่าง ลิงห์ (Dinh Hoang Linh) กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดขอนแก่น และภริยา มาดาม เหงียน ถิ ฮอง อัน (Nguyen Thi Hoang Anh) และเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี การก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่สาธารณร้ฐสังคมนิยมเวียดนาม จังหวัดขอนแก่น



ได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการ/รองผู้ว่าราชการจังหวัด ขอนแก่น, มุกดาหาร, นครพนม, เลย, นครราชสีมา, สกลนคร, บุรีรัมย์, สุรินทร์, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, หนองบัวลำภู, ยโสธร, หนองคาย, อุบลราชธานี, อุดรธานี, อำนาจเจริญ, บึงกาฬ, ชัยภุมิ, ศรีสะเกษ
กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น, กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชน สปป.ลาว, ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย, นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-เวียดนาม แห่งประเทศไทย, รองนายกสมาคมมิตรภาพเวียดนาม-ไทย, นายกและรองนายกสมาคมชาวไทยเชื้อสายเวียดนามแห่งประเทศไทย,
คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, คณบดี วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจิตการ, รองอธิการบดีวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย, ผู้แทนวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น, ผู้แทนหน่วยงานราชการและเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยชาวไทยเชื้อสายจีนและแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน



คุณสนั่น อังอุบลกุล นายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม ได้รับเกียรติให้ขึ้นกล่าวแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 30 ปี การก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่สาธารณร้ฐสังคมนิยมเวียดนาม จังหวัดขอนแก่น ดังนี้
“ในนามของสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม ผมรู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ ครบรอบ 30 ปี แห่งการก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ จังหวัดขอนแก่น โดยตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่แห่งนี้ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพียงภารกิจทางการทูตหรือการกงสุลตามวาระปกติเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน "สะพานเชื่อมใจ" ที่สำคัญยิ่งระหว่างชาวไทยและชาวเวียดนาม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ความผูกพันอันยาวนาน และเป็นที่พำนักของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายเวียดนามจำนวนมาก
ทั้งนี้ สมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม มีความเชื่อมั่นเสมอว่า "หัวใจ" ของความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนคือ "ภาคประชาชน" (People-to-People Relations) ซึ่งเราได้ประจักษ์ถึงการแลกเปลี่ยนทั้งในด้านวัฒนธรรม การศึกษา และการค้าในระดับท้องถิ่นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้มีบทบาทสำคัญยิ่งในการสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมฯ และภาคส่วนต่างๆ ซึ่งส่งผลให้สายใยแห่งความเชื่อใจ (Trust) ระหว่างประชาชนทั้งสองชาติมีความแข็งแกร่งและลึกซึ้งยิ่งขึ้นตามลำดับ
วาระครบรอบ 30 ปี ของสถานกงสุลใหญ่ฯ ในโอกาสนี้ ยังถือเป็นปฐมบทที่สำคัญก่อนที่จะร่วมกันเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและเวียดนาม ในปีพุทธศักราช 2569 ซึ่งจากการเริ่มต้นความสัมพันธ์ในปี ค.ศ. 1976 จนถึงปัจจุบัน เราได้ยกระดับความร่วมมือสู่การเป็น "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน" ผมจึงมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ความสำเร็จในอดีตจะเป็นรากฐานอันสำคัญให้เราก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เพื่อนำมาซึ่งความมั่งคั่งร่วมกันของภูมิภาค


ในท้ายที่สุดนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับท่านกงสุลใหญ่และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ทุกท่านอีกครั้ง พร้อมขอขอบคุณในความทุ่มเทเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา โดยสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม ขอยืนยันความพร้อมที่จะเดินเคียงข้างและสนับสนุนการดำเนินงานของสถานกงสุลใหญ่ฯ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์มิตรภาพที่ไร้พรมแดนและมีความยั่งยืนสืบไป”
ที่มา สมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม
วันที่ 22 เมษายน 2569

