กระแสเที่ยวญี่ปุ่นเปลี่ยนทิศ นทท.ไหลเข้าเมืองรอง
ความพยายามบูมการท่องเที่ยวเมืองรองของญี่ปุ่นที่มุ่งกระจายนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมหาศาลจากเส้นทางท่องเที่ยวหลักอย่างโตเกียว-เกียวโต-โอซากา ซึ่งสร้างปัญหาความแออัดให้กับระบบขนส่งสาธารณะ ร้านอาหาร และโรงแรมที่พัก รวมถึงดันค่าครองชีพในพื้นที่ให้สูงขึ้นนั้น เริ่มประสบความสำเร็จเมื่อผลสำรวจล่าสุดชี้ว่า ยอดเข้าพักโรงแรมในเมืองหลังเริ่มลดลง ขณะที่ยอดเข้าพักในเมืองรองเริ่มเพิ่มขึ้น
สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ผลสำรวจนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จัดทำโดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Tourism Agency) พบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 การเข้าพักของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 14.04 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ขณะเดียวกันปริมาณการเข้าพักในเมืองใหญ่ซึ่งประกอบด้วยโตเกียว โอซากา และไอจิ (ซึ่งรวมถึงนาโกยา) และอีก 5 จังหวัดใกล้เคียงลดลง 1.7% เหลือ 8.22 ล้านครั้ง ส่วนการเข้าพักนอกพื้นที่เหล่านี้เพิ่มขึ้น 7.8% เป็น 5.81 ล้านครั้ง เท่ากับว่าพื้นที่นอกเมืองหลักมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น 2.2 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็น 41.4% ของการเข้าพักทั้งหมด
โดยหนึ่งในปัจจัยเบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้มาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่นซ้ำหลายครั้งเพิ่มจำนวนขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เริ่มมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกเหนือจากเส้นทางท่องเที่ยวหลักที่เน้นเมืองใหญ่ จึงมุ่งหน้าสู่เมืองรองในภูมิภาคต่าง ๆ
สอดคล้องกับผลสำรวจปี 2025 ของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งญี่ปุ่น (Development Bank of Japan) ที่พบว่า นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกและภูมิภาคใกล้เคียงที่เดินทางมาญี่ปุ่นหลายครั้ง จะออกไปสัมผัสพื้นที่นอกเขตเมืองใหญ่มากขึ้นตามจำนวนของครั้งการเดินทางซ้ำที่เพิ่มขึ้น
ผลสำรวจนี้ยังแสดงให้เห็นว่า บรรดานักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาหารท้องถิ่น ธรรมชาติ และบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งหาไม่ได้ในเมืองใหญ่ด้วย
เช่นเดียวกับสถิติราคาที่ดินปี 2026 ที่ชี้ว่าราคาที่ดินในพื้นที่ท่องเที่ยวนอกเมืองใหญ่ขยับสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น ฮาคุบะในจังหวัดนากาโนะ ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักเล่นสกี และทาคายามะในจังหวัดกิฟุ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องย่านประวัติศาสตร์ ต่างก็มีราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้น
อีกปัจจัยคือ ความพร้อมของที่พักในพื้นที่นอกเขตเมืองใหญ่ หลังบรรดาเชนโรงแรมข้ามชาติต่างเข้าทุ่มเม็ดเงินปักหมุดสาขาในเมืองรองของญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่นเมื่อปี 2025 บริษัท IHG Hotels & Resorts ผู้ประกอบการโรงแรมรายใหญ่ของสหราชอาณาจักร เปิดโรงแรม InterContinental Sapporo ในฮอกไกโด
และในปี 2027 ที่จะถึงนี้ บริษัท Hyatt จากสหรัฐอเมริกา วางแผนเปิดโรงแรม Andaz ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับพรีเมี่ยมในใจกลางเมืองฮิโรชิมา ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันและยุโรป ซึ่งสาขาฮิโรชิมานี้จะเป็นโรงแรม Andaz แห่งที่สองในญี่ปุ่น ต่อจากโรงแรม Toranomon Hills ในโตเกียว
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นยังต้องการซัพพลายโรงแรม-ที่พักในเขตเมืองใหญ่อยู่ หลังรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2030 ไว้ที่ 60 ล้านคน แม้เป้าหมายนี้จะวางจำนวนการเข้าพักนอกเมืองใหญ่ไว้ถึง 130 ล้านครั้ง ซึ่งเท่ากับการผลักดันให้จำนวนการเข้าพักเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจาก 58.73 ล้านครั้งในปี 2025
แต่นักท่องเที่ยวอีกจำนวนไม่น้อยยังเข้าพักในเขตเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและโอซากา ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายในการขยายจำนวนห้องพักทั้งด้านพื้นที่จากความเป็นเมืองใหญ่ และแรงงานจากปัญหาสังคมสูงวัย
โดย “ฮิโรมุ โคมิยะ” จากสถาบันวิจัยญี่ปุ่น (Japan Research Institute) คาดว่า ในปี 2027 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีของโรงแรมในโตเกียวและโอซากา จะแตะระดับ 85% ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดที่จะเกิดขึ้นเมื่อห้องพักทั้งหมดถูกจองเต็มหมดตลอดทั้งปี
ดังนั้นเมื่อถึงจุดดังกล่าวการเติบโตของการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นอาจลดลงครึ่งหนึ่ง เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากจะไม่สามารถจองห้องพักได้
หลังจากนี้จึงต้องจับตาดูว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะต่อยอดเทรนด์ท่องเที่ยวเมืองรองที่จุดติดแล้ว และหาทางขยายซัพพลายที่พักในเมืองใหญ่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างไร
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 23 พฤษภาคม 2569

