เวียดนามก้าวสู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงธนาคารโลกประกาศเป็นทางการ โดยใช้เวลาแค่ 15 ปี
ธนาคารโลกประกาศเลื่อนระดับเวียดนามสู่ "ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง" อย่างเป็นทางการ (Upper Middle Income) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ช่วงชั้นรายได้เดียวกับไทยโดยรายได้ต่อหัวปี 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 4,970 ดอลลาร์ จาก 4,490 ดอลลาร์ ในปี 2024 โดยใช้เวลาจากประเทศรายได้ต่ำขึ้นมาเพียง 15 ปี เร็วกว่าไทยที่เคยใช้เวลาถึง 24 ปี
.
ธนาคารโลก (World Bank) ประกาศปรับการจัดประเภทของเวียดนามจาก ประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง (Lower Middle Income) ขึ้นสู่ ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง (Upper Middle Income) หลังรายได้ประชาชาติต่อหัว (Gross National Income: GNI per capita) ในปี 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 4,970 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 4,490 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024 สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงที่กำหนดไว้ที่ 4,636 ดอลลาร์สหรัฐ
.
การจัดประเภทดังกล่าวอ้างอิงจาก รายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานที่ World Bank ใช้ในการจำแนกกลุ่มประเทศตามระดับรายได้ และมีการทบทวนผลการจัดประเภทเป็นประจำทุกวันที่ 1 กรกฎาคม
.
World Bank ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามได้รับการปรับการจัดประเภทในครั้งนี้ มาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและภาคการส่งออก โดยในช่วงปี 2024–2025 การส่งออกของเวียดนามขยายตัวมากกว่า 15% ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 7% ในปี 2024 และ 8% ในปี 2025
.
นอกจากนี้ ในช่วง ปี 2021–2025 รายได้ประชาชาติ (GNI) ของเวียดนามเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี ซึ่ง World Bank ประเมินว่าเป็น หนึ่งในอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนที่สุดในภูมิภาค
สำหรับการจัดประเภทประเทศในปีนี้ World Bank ประเมินทั้งหมด 218 ประเทศและดินแดน โดยมี 6 ประเทศ ที่ได้รับการปรับการจัดประเภท ได้แก่ เวียดนาม ศรีลังกา จอร์แดน ฟิลิปปินส์ และไมโครนีเซีย ซึ่งขยับจากกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับล่างขึ้นสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง
.
ขณะที่ โตโก ได้รับการปรับจากกลุ่มประเทศรายได้ต่ำขึ้นสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง
การก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงในครั้งนี้ สะท้อนว่ารายได้ประชาชาติต่อหัวของเวียดนามได้เพิ่มขึ้นจนสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ World Bank กำหนดไว้ และถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจเวียดนามบนเส้นทางสู่การยกระดับคุณภาพการเติบโตและการพัฒนาประเทศในระยะยาว
.
สำหรับช่วงของรายปานกลางระดับสูงตามเกณฑ์ของธนาคารโลกระบุไว้ที่ระหว่าง 4,636 - 15,000 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี ซึ่งถือเป็นช่วงรายได้ที่กว้าง โดยเวียดนามใช้เวลาประมาณ 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2011 - 2025) ในการเลื่อนสถานะจากประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง (รายได้ต่ำ) สู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา
.
หากเปรียบเทียบกับประเทศไทยใช้เวลา 24 ปี นับตั้งแต่ได้รับการจัดกลุ่มเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับล่างในปี ค.ศ. 1987 จนกระทั่งธนาคารโลก (World Bank) ประกาศยกระดับให้เป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2011
.
ปัจจุบันปี 2026 ประเทศไทยยังคงอยู่ในสถานะรายได้ปานกลางระดับสูงที่ โดยคาดการณ์จะอยู่ที่ 8,100 ดอลลาร์ต่อปี และมีความพยายามผลักดันการเติบโตเพื่อก้าวข้ามไปสู่กลุ่มประเทศรายได้สูงต่อไป ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างชะลอตัวมายาวนานหลายปีเฉลี่ยเพียง 2% และโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบบเก่าที่กำลังล้าหลัง
.
หากเวียดนามยังคงรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับ 6% ขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่อง และไทยยังไม่สามารถเร่งอัตราการเติบโตได้มากกว่า 2-3% รายได้ต่อหัวของคนเวียดนามจะไล่ตามทันไทยในระยะไม่เกิน 10 ปีนี้
.
อย่างไรก็ตามด้วยช่วงรายได้ที่ค่อนข้างกว้างทำให้หลายประเทศยังไม่สามารถก้าวข้ามจากประเทศรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูงได้ ซึ่งในภูมิภาคเอเชียที่ติดกับดักรายได้ปานกลางไม่ต่างจากไทยคือ มาเลเซียอยู่ที่ 12,500 ดอลลาร์ต่อปี และจีนมหาอำนาจอันดับ 2 ของโลก รายได้ต่อหัวประชากรเฉลี่ยอยู่ที่ 14,000 ดอลลาร์ต่อปี แต่ก็เผชิญกับรายต่อหัวได้ชะลอตัวจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดความร้อนแรงลง ทำให้การจะก้าวข้ามจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูงต้องขยับออกไปอีกเล็กน้อย
ทีมา reporter journey
วันที่ 2 กรกฏาคม 2569

