นักลงทุน ชี้ SME ต้องคิดใหญ่ เจาะตลาดพันล้าน ใช้นวัตกรรมเร่งโต 5-10 เท่า
KEY POINTS :
* ผู้ประกอบการ SME ควรตั้งเป้าหมายในตลาดขนาดใหญ่ (TAM) เพราะแม้จะมีส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างรายได้มหาศาลได้
* การสร้างความแตกต่างไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเสมอไป แต่สามารถใช้นวัตกรรมด้านราคา กระบวนการทำงาน หรือการสร้างแบรนด์เพื่อสร้างความได้เปรียบ
* ต้องมี Growth Mindset ตั้งเป้าการเติบโต 5-10 เท่า กล้าทดลองสิ่งใหม่ และสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อลดการพึ่งพาเจ้าของและขยายธุรกิจได้รวดเร็ว
นายณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท Ookbee และผู้ก่อตั้งและผู้จัดการกองทุน TukTuk 500 เปิดมุมมองการเติบโตของธุรกิจ SME ในงานเปิดตัวแพลตฟอร์ม Thaimart บ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย โดยระบุว่า จากประสบการณ์บริหารกองทุน 7 กองทุน มีเงินลงทุนรวมกว่าหมื่นล้านบาทในบริษัทมากกว่า 200 แห่ง และพูดคุยกับผู้ประกอบการ SME หลายพันราย พบว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ คือการเลือกตลาดที่มีขนาดใหญ่ มีเป้าหมายชัดเจน และสร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรม
ธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในปัจจุบัน ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ เวลเนส บริการทางการแพทย์ และพลังงาน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุและการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี AI
โดยที่ผ่านมาเห็นตัวอย่าง SME หลายรายที่สามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว เช่น ธุรกิจเยลลี่และชานมไข่มุก ที่เติบโตจากยอดขายระดับหลักร้อยล้านบาทสู่ระดับหลายพันล้านบาท
ตลาดใหญ่ โอกาสสร้างธุรกิจพันล้าน :
นายณัฐวุฒิ ระบุว่า สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาคือ Total Addressable Market Size (TAM) หรือขนาดตลาดรวม เพราะธุรกิจที่อยู่ในตลาดขนาดใหญ่ แม้จะมีส่วนแบ่งตลาดเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างรายได้จำนวนมากได้
ตัวอย่างเช่น ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี หาก SME สามารถสร้างส่วนแบ่งตลาดได้เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ก็มีโอกาสเติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้ เช่นเดียวกับตลาดแฟชั่นไทย ที่มีผู้เล่นระดับโลกอย่าง Uniqlo Zara และ H&M ซึ่งมียอดขายรวมกันกว่า 30,000 ล้านบาท ขณะที่แบรนด์ไทยอย่าง Gentlewoman Rally Movement Merge และ Yuedpao ก็สามารถเติบโตขึ้นมาแข่งขันในตลาดได้
นอกจากขนาดตลาดแล้ว ผู้ประกอบการควรมี “ไอดอลทางธุรกิจ” หรือบริษัทต้นแบบในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา โดยต้องศึกษาข้อมูลเชิงลึก ทั้งยอดขาย จำนวนสาขา ยอดขายต่อสาขา ช่องทางการจำหน่าย ต้นทุน และกำไรสุทธิ เพื่อนำมาเปรียบเทียบและกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจ
นวัตกรรมไม่ใช่แค่เทคโนโลยี สร้างความต่างได้ทุกมิติ :
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทำให้ความได้เปรียบของ SME ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการสร้าง “นวัตกรรม” ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการกำหนดราคา กระบวนการทำงาน ประสิทธิภาพสินค้า และการสร้างแบรนด์
ตัวอย่างด้าน Pricing Innovation หรือการสร้างนวัตกรรมด้านราคา คือ สุกี้ตี๋น้อย ที่สร้างโมเดลบุฟเฟต์ราคา 200 กว่าบาท ตอบโจทย์ผู้บริโภคและขยายธุรกิจจากหลักร้อยล้านบาทสู่ประมาณ 9,000 ล้านบาทภายใน 6-7 ปี
ส่วน Process Innovation หรือการพัฒนากระบวนการทำงาน สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น McDonald’s ที่มีกระบวนการผลิตอาหารอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถให้บริการได้รวดเร็วและรักษามาตรฐานสินค้าได้ทุกสาขา
ด้าน Product Performance และ Brand Innovation ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความแตกต่าง เช่น เสื้อผ้า GQ ที่สื่อสารจุดเด่นเรื่องคุณสมบัติกันน้ำ หรือ ทองสมิทธ์ ที่สร้างแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือให้มีภาพลักษณ์ชัดเจน จนสามารถสร้างยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท
ปรับแนวคิด กล้าทดลอง สร้างทีมเพื่อโตระยะยาว :
นายณัฐวุฒิระบุว่า ผู้ประกอบการ SME ต้องมี Growth Mindset โดยตั้งเป้าการเติบโตในระดับ 5-10 เท่า ไม่ใช่เพียงเติบโตตามอัตราเงินเฟ้อ เพราะธุรกิจที่ไม่พัฒนาจะมีโอกาสถูกคู่แข่งแซงหน้า
การทดลองสิ่งใหม่เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต เพราะการไม่ทดลองคือการไม่รู้ผลลัพธ์ แม้บางครั้งอาจเกิดความล้มเหลว แต่สามารถนำบทเรียนมาปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจต่อไปได้
ขณะเดียวกัน ผู้บริหารต้องรู้จักมอบหมายงาน สร้างทีมที่มีความสามารถ และลดการพึ่งพาเจ้าของธุรกิจเพียงคนเดียว เพื่อให้ธุรกิจสามารถขยายตัวได้เร็วขึ้น รวมถึงต้องมองเห็นโอกาสในช่วงวิกฤต เพราะบริษัทที่มีระบบบริหารจัดการดีและมีฐานการเงินแข็งแรง สามารถใช้จังหวะที่คู่แข่งอ่อนแอลงในการขยายตลาดและเพิ่มศักยภาพองค์กร
ท้ายที่สุด ผู้ประกอบการต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และติดตามตัวเลขสำคัญของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งยอดขาย ต้นทุน และกำไร เพราะการบริหารเวลาและการบริหารตัวเลข คือปัจจัยสำคัญที่จะผลักดัน SME ให้เติบโตและแข่งขันได้ในระยะยาว
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 7 กรกฏาคม 2569

