ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศกล่าวเปิดการเสวนาภาครัฐ - เอกชน “Public and Private Forum on Circular Economy”
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเปิดการเสวนาภาครัฐ - เอกชน ในหัวข้อ “From Europe to Thailand: Best Practices and Partnerships for Sustainable Packaging Solutions” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความพร้อมของภาครัฐและภาคเอกชนไทยในการปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของสหภาพยุโรป



โดยเฉพาะกฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยมีนายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย และนางสาว Renita Baskha หัวหน้าฝ่ายการค้าและเศรษฐกิจของคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าร่วมด้วย
ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ย้ำว่า แม้กฎระเบียบใหม่นี้จะกำหนดความท้าทายแก่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แต่ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อโอกาสในการเข้าถึงตลาดโลก ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน และแสดงความพร้อมในการเป็นพันธมิตรที่ดีที่ได้รับความไว้วางใจในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก (Global Value Chains: GVC) การปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐาน PPWR จะช่วยยกระดับภาคการผลิตและการส่งออกที่ยั่งยืนของไทย สะท้อนถึงความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ตลอดจนความมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศมุ่งมั่นสนับสนุนภาคเอกชนและอุตสาหกรรมไทยให้มีความพร้อมต่อกฎระเบียบใหม่นี้ของสหภาพยุโรป


การเสวนาข้างต้นเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดี และหารือแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยมีผู้แทนจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด บริษัท แดนอน สเปเชียลไลซ์ด นิวทริชั่น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และสถาบันพลาสติก ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติในการส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจไทยต่อมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เปลี่ยนแปลงในระดับโลก
ซึ่งการเสวนาสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการทำงานร่วมกับสหภาพยุโรปและภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและมีขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งสนับสนุนให้ภาคธุรกิจไทยสามารถปรับตัวและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศที่มีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต
ที่มา กระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ 14 กรกฏาคม 2569

