เปิดเงินรางวัล ‘ฟุตบอลโลก' 2026 'สเปน'คว้าแชมป์รับ 1,800 ล้านบาท จาก FIFA
เปิดเงินรางวัล ‘ฟุตบอลโลก 2026’ สเปนคว้าแชมป์สมัยที่ 2 รับ 1,700 ล้านบาท เบื้องหลังเงินรางวัลประวัติศาสตร์ ทำไม FIFA ต้องอัดฉัดเพิ่ม
เอพีนิวส์รายงานบทวิเคราะห์โครงสร้างเงินรางวัลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 โดยระบุว่า ทีมผู้ชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะได้ชูถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ ได้รับแหวนแชมป์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และได้จารึกเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ตลอดชีวิตซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์กีฬาของประเทศเท่านั้น แต่ยังจะได้รับ “เงินรางวัล” จำนวนมหาศาลกลับบ้านอีกด้วย ตามรายงานระบุว่า
* ผู้ชนะเลิศฟุตบอลโลก จะได้รับเงินรางวัล 51 ล้านดอลลาร์ หรือ ราว 1,700 ล้านบาท
* ทีมรองชนะเลิศฟุตบอลโลก จะได้รับเงินรางวัล 34 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,224 ล้านบาท
✅ ฟีฟ่าเพิ่มงบทำสถิติใหม่ 871 ล้านดอลลาร์ :
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้อนุมัติเพิ่มเงินสนับสนุนสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วย ยอดรวม 871 ล้านดอลลาร์ หรือราว 31,350 ล้านบาทเพื่อกระจายให้กับ 48 ทีมชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน
ยอดรวมนี้รวมถึงเงินจำนวนมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ที่ฟีฟ่าอนุมัติเพิ่มเข้ามาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลหลายแห่งในทวีปยุโรปออกมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อนำมาครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขันที่จัดขึ้นใน 3 ประเทศเจ้าภาพ ได้แก่สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักสูงขึ้นอย่างมาก
✅ 51 ล้านดอลลาร์... มากหรือน้อยในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน?
เงินรางวัล 51 ล้านดอลลาร์สำหรับทีมแชมป์โลก ไม่ว่าจะเป็น อาร์เจนตินา หรือ สเปน แม้จะเป็นเงินจำนวนมหาศาล แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเม็ดเงินที่หมุนเวียนในวงการฟุตบอลระดับโลกยุคปัจจุบัน ตัวเลขนี้กลับดู “น้อย” ลงไปทันที
นอกจากนี้ ยอดเงินดังกล่าว ยังน้อยกว่าเงินรางวัลที่แชมป์รายการ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก หรือ Club World Cup เมื่อปีที่แล้วได้รับ ซึ่งการแข่งขันนั้นก็จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน
เพื่อแสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เงินรางวัล 51 ล้านดอลลาร์สหรัฐของผู้ชนะเลิศฟุตบอลโลก ยังมีมูลค่าน้อยกว่าค่าธรรมเนียมการย้ายทีม ที่สโมสรไบรท์ตัน ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษเพิ่งจ่ายไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อคว้าตัว ”ลูกา วูสโควิช“ (Luka Vušković) กองหลังวัย 19 ปีทีมชาติโครเอเชีย
✅ เปิดโครงสร้างเงินรางวัลฟุตบอลโลก :
ฟีฟ่าจ่ายเงินให้กับสหพันธ์ฟุตบอลแห่งชาติทั้ง 48 ประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
* เงินรางวัลโบนัส ตามผลงานของแต่ละทีมที่ทำได้ในทัวร์นาเมนต์
* เงินสนับสนุนทั่วไป เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมและการเตรียมความพร้อมของทีม
ทั้ง 48 ทีมจะได้รับเงินการันตีขั้นต่ำอย่างน้อย 12.5 ล้านดอลลาร์สำหรับการเข้าร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย
* 10 ล้านดอลลาร์ สำหรับเงินรางวัลสำหรับการผ่านเข้ารอบคัดเลือกและลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม
* 2.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นเงินสนับสนุนสำหรับค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมและเก็บตัวก่อนการแข่งขัน
การจ่ายเงินสนับสนุนล่วงหน้านี้ เป็นข้อตกลงที่เคยเกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งก่อนๆ เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงความตึงเครียดภายในทีมก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ ซึ่งมักเกิดปัญหาบ่อยครั้งจากการที่นักเตะออกมาอ้างว่าสหพันธ์ฟุตบอลของตนไม่ได้จ่ายเงินโบนัสให้
✅ ตารางเงินรางวัลฟุตบอลโลก :
เงินรางวัลจะเพิ่มสูงขึ้นตามอันดับที่แต่ละทีมทำได้ โดยทีมแชมป์จะได้รับ 51 ล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกับ 42 ล้านดอลลารที่อาร์เจนตินาเคยได้รับจากการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งครั้งนั้นมี 32 ทีมเข้าร่วม และมีเงินรางวัลรวม 440 ล้านดอลลาร์
* แชมป์โลก (สเปน) 51 ล้านดอลลาร์
* รองชนะเลิศ(อาร์เจนตินา) 34 ล้านดอลลาร์
* อันดับที่ 3 (อังกฤษ) 30 ล้านดอลลาร์
* อันดับที่ 4 (ฝรั่งเศส) 28 ล้านดอลลาร์
* รอบ 8 ทีมสุดท้าย (อันดับ 5–8) 20 ล้านดอลลาร์
* รอบ 16 ทีมสุดท้าย (อันดับ 9–16) 16 ล้านดอลลาร์
* รอบ 32 ทีมสุดท้าย (อันดับ 17–32) 12 ล้านดอลลาร์
* รอบแบ่งกลุ่ม (อันดับ 33–48) 10 ล้านดอลลาร์
✅ แรงดันจากสมาคมยุโรป สู่การปรับเพิ่มเงินรางวัล :
จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นนี้ เกิดขึ้นหลังจากสมาคมกีฬาหลายแห่ง โดยเฉพาะจากทวีปยุโรป ได้แจ้งกับฟีฟ่าว่า โครงสร้างเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายในการเตรียมทีมที่ฟีฟ่าเคยกำหนดไว้เมื่อปีที่แล้ว จะทำให้สมาคมของพวกเขาขาดทุนจากการแข่งขัน เว้นแต่ว่าทีมของตนจะสามารถผ่านเข้ารอบลึกๆ ในรอบน็อกเอาต์ได้เท่านั้น
ฟิลิปป์ ดิอัลโล ประธานสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดัง L’Equipe ว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือกับ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า โดยชี้ให้เห็นว่า ทีมที่เข้าร่วมฟุตบอลโลกไม่ได้รับการตอบแทนอย่างเหมาะสม เมื่อเทียบกับสโมสรเชลซี ผู้ชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งได้รับเงินรางวัลสูงถึง 115 ล้านดอลลาร์
✅ สวัสดิการพิเศษ ‘ตั๋วเครื่องบิน-โรงแรม’ :
นอกเหนือจากเงินรางวัลหลักแล้ว ภายใต้กฎระเบียบฟุตบอลโลก ฟีฟ่ายังมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ได้แก่
ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นธุรกิจ สำหรับแต่ละสหพันธ์ในการเดินทางมาร่วมแข่งขัน
ค่าที่พักและอาหารสำหรับคณะผู้แทน 50 คน รวมผู้เล่น โดยเริ่มจ่ายตั้งแต่ 5 คืนก่อนเกมนัดแรกของทีม และจ่ายต่ออีก 1 คืนหลังจากทีมตกรอบ
ค่าเดินทางภายในประเทศ สำหรับสมาชิกคณะผู้แทนสูงสุด 50 คน พร้อมจัดหา "ยานพาหนะเฉพาะกิจ รวมถึงรถบรรทุกขนส่งอุปกรณ์"
สมาคมฟุตบอลของแต่ละประเทศ จะต้องรับผิดชอบจ่ายค่า "ประกันภัยที่เหมาะสม" เอง ซึ่งรวมถึงประกันการบาดเจ็บ อุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บ และการเดินทาง รวมถึงต้องจ่าย "ค่าใช้จ่ายโรงแรมเพิ่มเติม" และค่าที่พักสำหรับสมาชิกคณะเดินทางส่วนที่เกินจาก 50 คนอีกด้วย
เงินรางวัลจากการแข่งขัน ฟีฟ่าจะโอนจ่ายให้กับสหพันธ์ฟุตบอลของแต่ละประเทศโดยตรง ไม่ได้จ่ายให้นักเตะเป็นการส่วนตัว ซึ่งแต่ละสหพันธ์จะมีกฎเกณฑ์ในการจัดสรรเงินก้อนนี้แตกต่างกันไป
กรณีศึกษาของสหรัฐอเมริกา โดยสมาคมฟุตบอลสหรัฐฯ (US Soccer) มีนโยบายหักเงินรางวัลไว้ใช้บริหารสมาคม 20% ส่วนเงินที่เหลืออีก 80% จะนำมาแบ่งเท่าๆ กันระหว่าง ทีมฟุตบอลชายทีมชาติสหรัฐและ ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐ ตามข้อตกลงประวัติศาสตร์ปี 2022 ที่กำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนแก่ทีมชายและทีมหญิงอย่างเท่าเทียมกัน
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 20 กรกฏาคม 2569

