‘ไทย-จีน’ ผนึกขจัดทุนเทา ย้ำหนุนเฉพาะลงทุนคุณภาพ ‘เคารพกฎหมาย’
KEY POINTS :
* รัฐบาลไทยได้หยิบยกปัญหากลุ่มธุรกิจสีเทาขึ้นหารือกับทางการจีน โดยเน้นย้ำจุดยืนว่าไทยมุ่งส่งเสริมเฉพาะการลงทุนที่มีคุณภาพ มีความยั่งยืน และนักลงทุนต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด
* ฝ่ายไทยชี้แจงว่าแม้ธุรกิจสีเทาจะเป็นส่วนน้อย แต่การกระทำผิดกฎหมายส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความรู้สึกของคนไทย จึงขอให้จีนให้ความสำคัญกับปัญหานี้
* ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือทุกมิติเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยจะร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย การสกัดกั้นการฟอกเงิน และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง
* ในการหารือระดับนายกรัฐมนตรีมีการย้ำถึงการต้อนรับการลงทุนคุณภาพจากจีนที่ช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยและต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย
ปัญหาธุรกิจจีนสีเทาในไทยถูกยกขึ้นมาหารือทวิภาคีระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ. 2026 ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.2569
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการเยี่ยมคารวะและหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญและยกขึ้นหารือเป็นลำดับแรกเป็นการเร่งปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนหลายประเทศ
ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือทุกมิติทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ การสกัดกั้นเส้นทางการฟอกเงิน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติให้เกิดผลอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่สามารถอาศัยเพียงความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน แต่ต้องบูรณาการความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมาและกัมพูชาเพื่อร่วมกันตัดวงจรและทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่อมโยงข้ามพรมแดนให้หมดไปอย่างเป็นรูปธรรม
✅ ไทยมุ่งส่งเสริมลงทุนคุณภาพ :
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยยกปัญหากลุ่มธุรกิจสีเทาที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยขึ้นมาหารือเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำจุดยืนว่า รัฐบาลไทยมุ่งส่งเสริมเฉพาะการลงทุนที่มีคุณภาพ มีความยั่งยืน และนักลงทุนต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด
รวมทั้งแม้ว่ากลุ่มธุรกิจสีเทาจะเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบการลงทุนรวมของจีนในไทย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์กระทำผิดกฎหมายขึ้น ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและจิตใจประชาชนชาวไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยฝ่ายไทยขอให้ทางการจีนให้ความสำคัญกับปัญหานี้
“การลงทุนที่ที่ว่าเนี่ยครับในกลุ่มธุรกิจสีเทา ที่มีก็อาจจะเป็นส่วนน้อยนะครับ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์พวกเนี้ย ย่อมจะมีการสร้างความรู้สึกไม่ดีในหมู่คนไทย เราก็อยากจะให้จีนคำนึงถึงความรู้สึกของคนไทยด้วย”นายสีหศักดิ์ กล่าว
✅ วางกรอบการหารือความมั่นคงแบบ “2+2” :
นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงสำคัญในการจัดตั้งกรอบการหารือด้านความมั่นคงแบบ “2+2” ซึ่งเป็นเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยและจีน เพื่อยกระดับการประสานนโยบายด้านความมั่นคงให้มีความใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยฝ่ายจีนได้แสดงความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรก
รวมทั้งนายอนุทิน ได้หารือแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนในวันที่ 20 ก.ค.2569 ที่กรุงปักกิ่ง ณ มหาศาลาประชาชน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไทยและจีนมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-จีน ครอบคลุมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีแห่งอนาคต ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยวและการค้าการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ AI และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกัน
✅ 50 ปี เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต :
นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า ไทยและจีนเพิ่งรวมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อร่วมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองแก่ภูมิภาคและประชาคมโลก
นายกรัฐมนตรีไทย กล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนที่ถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการอย่างสมพระเกียรติ พร้อมยืนยันไทยสนับสนุนจีนเป็นเจ้าภาพเอเปค และจะเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ณ นครเซินเจิ้น เดือนพฤศจิกายนนี้
✅ ยันเดินหน้ารถไฟความเร็วสูง “ไทย-จีน” :
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เสนอเร่งผลักดันความร่วมมือใน 3 สาขาหลัก และเห็นพ้องอีก 2 ด้าน ดังนี้
1)การค้าและการลงทุน ไทยขอให้จีนเพิ่มนำเข้าผลไม้และอาหารแปรรูปคุณภาพสูงจากไทย ยินดีต้อนรับการลงทุนคณภาพจากจีนที่ช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับทักษะแรงงานไทย และปฏิบัติตามกฎหมายไทย พร้อมเร่งรัดการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อประโยชน์ต่อนักลงทุนที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต
2)การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ยืนยันเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ให้แล้วเสร็จตามกำหนดปี 2573 พร้อมเตรียมระยะที่ 2 และผลักดันสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 รวมถึงเส้นทางรถไฟเชียงของ-นาเตย-โม่ฮัน เชื่อมโยงจีนตอนใต้ ไทย ลาว มาเลเซย และสิงคโปร์
3)ความมั่นคง เห็นพ้องจัดตั้งกลไกหารือด้านการต่างประเทศและกลาโหมไทย-จีน (2+2 Mechanism) โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพครั้งแรก พร้อมขยายความร่วมมืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพัฒนาบุคลากร
4)วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เร่งขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI เทคโนโลยีสุขภาพ อวกาศ พลังงานนิวเคลียร์ และควอนตัม
5)การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพิ่มความร่วมมือแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ข้อมูลการสืบสวน และธุรกรรมทางการเงิน เพื่อปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์และการฉ้อโกงทางการเงิน
✅ ไทยยันดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจีน :
นายกรัฐมนตรียังขอบคุณจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวไทยผ่านการโปรโมทบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของจีน พร้อมยืนยันความพร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจีน
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีขอบคุณจีนที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานความจริงใจ และชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีนในการสนับสนุนให้ทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา ทั้งนี้ ไทย-จีน ยังคงยึดกฎกติกาสากลภายใต้กรอบสหประชาชาติและ WTO
✅ ไทย-จีนลงนามความร่วมมือ 15 ฉบับ :
ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 15 ฉบับ ครอบคลุมด้านการอุดมศึกษา ห่วงโซ่อุตสาหกรรม การศึกษา AI ทรัพย์สินทางปัญญา นิวเคลียร์ฟิวชัน สาธารณสุข ดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว การป้องกันฟอกเงิน การส่งออกสัตว์น้ำ ความร่วมมือสื่อมวลชน การจดการน้ำ และการสำรวจอวกาศห้วงลึก ดังนี้
1)ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
2)บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทานระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
3)บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาปัญญาประดิษฐ์ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
4)บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
✅ เพิ่มความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ :
5)บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ฟิวชั่นระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
6)บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรไทยกับคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือสาธารณสุข
7)บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือในการประยุกต์ใช้ดาวเทียมนำทางเป๋ยโต่ว
8)บันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
9)พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกัน และสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคที่จะส่งออกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีนระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
10)บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าว People’s Daily แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
✅ ผลักดันความร่วมมือพลังงานน้ำ
11)บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดการน้ำในพื้นที่ชนบท พลังงานน้ำ และการชลประทานระหว่างกระทรวงทรัพยากรน้ำแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย
12)บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อมวลชนระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าวซินหัวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
13)บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับองค์กรอวกาศแห่งชาติจีนว่าด้วยเรื่องการจัดห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน ด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก
14)บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประชาสัมพันธ์กับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
15)ข้อตกลงโครงการวิจัยร่วมระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 21 กรกฏาคม 2569

