หนานชางใช้โดรนเกษตรดูแลนาข้าว ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและความมั่นคงทางอาหาร
ทีมเกษตรชุมชนต้าเถียน ตำบลเจียงซี อำเภอหนานชาง นครหนานชาง ได้เร่งการดูแลนาข้าวในช่วงออกช่อข้าว โดยการใช้โดรนเกษตรขนาดใหญ่ทำการฉีดยาป้องกันศัตรูพืช เพื่อช่วยให้ผลผลิตข้าวมั่งคงและสูงด้วยเทคโนโลยี ซึ่งช่วงที่ข้าวนาปรังออกช่อและบานดอกนั้นเป็นช่วงสำคัญที่ศัตรูพืช เช่น เพลี้ยข้าว หนอนม้วนใบข้าว และโรคเน่าช่อข้าวระบาดได้ง่าย
ซึ่งโดรนเกษตรสามารถทำงานได้เร็วตลอดเวลา โดยหากใช้แรงงานคนจะสามารถทำงานได้วันละ 30 ไร่ แต่โดรนหนึ่งเครื่องสามารถฉีดยาได้ 300 ไร่ต่อวัน นอกจากนี้โดรนยังฉีดยาได้อย่างแม่นยำ สม่ำเสมอ บินตามที่เส้นทางที่กำหนดไว้ และพ่นออกมาเป็นละอองเล็ก ๆ
อีกทั้งการที่ตำบลเจียงซียึดมั่นในความปลอดภัยของอาหาร ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้คำแนะนำเทคโนโลยีเกษตรให้กับผู้ดูแลนาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างฐานที่มั่นคงสำหรับผลผลิตข้าวสูง และคุ้มครองความปลอดภัยของอาหารในพื้นที่อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างมากจากการพัฒนาเทคโนโลยีโดรนเกษตรของจีนในด้านการยกระดับเกษตรกรรมอัจฉริยะ ซึ่งชาวไทยสามารถนำโมเดลการใช้โดรนประสิทธิภาพสูงนี้มาเพิ่มความเร็วในการฉีดพ่นสารป้องกันศัตรูพืชได้มากกว่าแรงงานคน 10 เท่า จะช่วยระงับการระบาดของเพลี้ยและโรคข้าวได้อย่างทันท่วงทีในช่วงออกช่อที่เป็นช่วงวิกฤต
ทั้งยังช่วยลดต้นทุนค่าแรงและปริมาณสารเคมีที่ตกค้างด้วยระบบพ่นละอองฝอยอัจฉริยะที่แม่นยำและสม่ำเสมอ จะส่งผลให้ข้าวไทยมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันระดับโลก (ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ทื่มา globthailand
วันที่ 23 กรกฏาคม 2569

