จีนจะขึ้นนำสหรัฐ ด้าน AI หรือไม่ ?
อีลอน มัสก์ ชี้จีนมีโอกาสขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI หรือไม่ เหตุได้เปรียบทั้งไฟฟ้า-หุ่นยนต์ รัฐบาลสหรัฐต้องจัดการอย่างไร ?
The Economist ถามอีลอน มัสก์ ถึงความเป็นไปได้ของ AI ระหว่างสหรัฐ-จีน ใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำ ? สืบเนื่องจากตอนนี้โลกของ AI เข้าสู่จุดที่ไม่สามารถวัดกันด้วยความสามารถของ ‘โมเดล’ เพียงอย่างเดียว เหตุจากตัวแปรที่เข้ามาเปลี่ยนความได้เปรียบทางตลาด 2 อย่างคือ ‘ชิป’ และ ‘พลังงาน’ ที่อยู่เบื้องหลังกำลังการประมวลผล
อีลอน มัสก์ มองว่าจีนมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI ในอนาคต แม้ยังมีข้อจำกัดด้านชิปจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ แต่บริษัทจีนสามารถพัฒนาโมเดลประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าก่อนมาก
เมื่อถูกถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจีนจะไล่ตามและแซงหน้าสหรัฐ
อีลอนตอบว่า หากจีนมีทรัพยากรด้านการประมวลผลมากขึ้น โอกาสที่จะขึ้นเป็นผู้นำก็มีสูง
ทั้งอธิบายว่า ปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดของ AI ในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่อัลกอริทึ่มเพียงอย่างเดียว แต่คือจำนวนชิป AI และพลังงานไฟฟ้าที่สามารถนำมาใช้กับ Data Center โดยเฉพาะความต้องการไฟฟ้า และระบบทำความเย็นที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ AI
จุดที่ทำให้จีนมีความได้เปรียบคือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน มัสก์ระบุว่าจีนมีความสามารถในการผลิตไฟฟ้ามากกว่าสหรัฐ ยุโรป และอินเดียรวมกัน เขาประเมินว่าในอนาคตจีนอาจมีกำลังผลิตไฟฟ้าสูงถึง 4 เท่าของสหรัฐ
ในมุมมองของอีลอน มัสก์ สงคราม AI เปลี่ยนจากการแข่งขันว่าใครมีโมเดลที่ฉลาดกว่า ไปสู่คำถามที่ว่าใครสามารถจัดหา ‘compute’ หรือ ‘กำลังประมวลผล’ ได้มากกว่า ซึ่งท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับชิปและไฟฟ้าและทรัพยากรของประเทศนั้น ๆ
ขณะเดียวกัน จีนยังมีความแข็งแกร่งใน AI เชิงกายภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหุ่นยนต์
อีลอนกล่าวถึงการแข่งขันหุ่นยนต์ในจีน ทั้งการแข่งขันกีฬาและการต่อสู้ระหว่างหุ่นยนต์ มองว่าจีนมีบริษัทหุ่นยนต์ที่มีศักยภาพสูง
แม้สหรัฐจะใช้มาตรการควบคุมการส่งออกชิป AI รุ่นใหม่เพื่อจำกัดความสามารถของจีน แต่มาตรการดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะสามารถหยุดการพัฒนาของจีนได้
เนื่องจากบริษัทจีนพยายามพัฒนาใช้ชิปที่มีอยู่ ประสิทธิภาพสูงขึ้นตลอด เขาจึงมองว่าจีนเข้าใกล้การแก้ปัญหาเทคโนโลยี lithography (กระบวนการพิมพ์ภาพหรือลวดลายบนพื้นผิวแบนราบ โดยอาศัยหลักการทางเคมีที่ว่า
“น้ำมันและน้ำไม่ผสมกัน” ซึ่งจะช่วยให้สามารถผลิตชิป AI ในปริมาณมากได้
อย่างไรก็ตาม อีลอนมองว่าการแข่งขัน AI ไม่ควรกลายเป็นเพียง ‘สงครามสหรัฐ-จีน’ แต่ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องร่วมมือกันกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของ AI โดยเฉพาะเมื่อโมเดลมีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อถามถึงกลยุทธ์ในตลาด AI เขาเสนอให้บริษัท AI ตรวจสอบโมเดลของคู่แข่งก่อนเปิดตัว และหากพบความเสี่ยงร้ายแรงควรแจ้งรัฐบาล หากบริษัทเจ้าของโมเดลไม่ยอมดำเนินการลดความเสี่ยง รัฐบาลจึงควรเข้ามาแทรกแซง
เหตุผลหลักก็เพื่อความเร็วในการพัฒนา AI เพราะปัจจุบันมีประกาศความก้าวหน้าครั้งใหม่เกิดขึ้นหลายครั้งต่อวัน ทำให้การสร้างระบบกำกับดูแลไม่ควรรออีกหลายปี แต่ควรเริ่มต้นโดยเร็วที่สุด
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 20 สิงหาคม 2569

