พลัง "ลิซ่า-Value" ปั๊มรายได้เที่ยวไทยปี 69 เพิ่ม 5 แสนล้าน
หลังจากพยายามอยู่นาน ในที่สุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็สามารถเจรจาดึง "ลิซ่า" หรือ ลลิษา มโนบาล นักร้อง สมาชิกวง BLACKPINK นักแสดงชาวไทย ซึ่งเป็นศิลปินระดับโลกที่มีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งอยู่ทั่วโลก มาเป็น Amazing Thailand Ambassador ได้สำเร็จ
โดยล่าสุดได้แถลงข่าวเปิดตัว “ลิซ่า” ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ทำหน้าที่เป็นตัวแทนการท่องเที่ยวไทย เพื่อถ่ายทอด “เสน่ห์” ของประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชั้นนําโลกไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อเช้าวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา
สัญญา 1 ปี สิ้นสุด 29 ก.ย. 69 :
“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดย ททท.สำนักงานสิงคโปร์ ได้เซ็นสัญญากับบริษัท ลาวด์ (LLOUD) ซึ่งเจ้าของคือ “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ เพื่อแต่งตั้งให้ “ลิซ่า” เป็น Amazing Thailand Ambassador ทำหน้าที่เป็นตัวแทนการท่องเที่ยวไทย โดยสัญญามีระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2568-29 กันยายน 2569
“ลิซ่าจะมาเป็นตัวแทนทำหน้าที่เป็นตัวแทนการท่องเที่ยวไทยในการประชาสัมพันธ์เรื่องของการท่องเที่ยว นำส่งความภูมิใจของประเทศไทย ถ่ายทอดภาพลักษณ์ และเสน่ห์ของไทยในฐานะเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำอย่างมีคุณภาพ”
ยกระดับเที่ยวไทยสู่คุณภาพสูง :
พร้อมบอกด้วยว่า โครงการนี้ ททท.ต้องการที่จะส่งเสริมภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของประเทศไทย ที่เรียกว่า Trusted Thailand โดยดึงศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาช่วยประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความเชื่อมั่น และกระตุ้นให้นักท่องที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยมากขึ้น
รวมทั้งยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยไปสู่นักท่องเที่ยวคุณภาพและมีมาตรฐาน โดยเน้นการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพในทุกกลุ่ม และการนำเสนอสินค้าเสน่ห์ไทย หรือ 5 Must Do in Thailand ที่ยังต้องไปต่อ อาทิ Must Eat เน้นการอิ่มอร่อยกับอาหารไทยที่หลากหลาย Must See กิจกรรม เทศกาล ประเพณี ของไทย Must Buy สินค้าไทย Must Seek ค้นหาและไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ ฯลฯ
“เสน่ห์ไทยต้องไปพร้อมกับไมตรีจิต หรือ Hospitality เพื่อที่จะทำให้เกิดการรู้สึกว่า ประเทศไทย Amazing จริง ๆ และเกิดการเดินทางมา ซึ่งเราต้องการเห็นแอ็กชั่นจริง ๆ ของนักท่องเที่ยว มี Engagement หลังจากที่ประชาสัมพันธ์ไปแล้ว”
ที่สำคัญ ททท.ต้องการที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศไทยไปสู่จุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง หรือควอลิตี้เลเชอร์เดสติเนชั่น การสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนอยากออกเดินทางไปประเทศไทยในมิติต่าง ๆ
“ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่าลิซ่าไปรับประทานลูกชิ้นยืนกินที่บุรีรัมย์ ก็ทำให้ลูกชิ้นที่บุรีรัมย์เติบโตในอีกมิติหนึ่ง คือในด้านอาหาร เช่นเดียวกับผ้าไทยที่ลิซ่าสวมผ้าไทยย้อมคราม เมืองอุดรธานี ก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ทุกคนอยากเข้าถึงผ้าไทยในมุมมองต่าง ๆ และทำให้ยอดขายผ้าย้อมครามเติบโตขึ้น วันนี้มียาดมหงส์ไทย ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องซื้อเมื่อมาเมืองไทย เป็นต้น อันนี้เป็นตัวอย่างที่เราจะใช้ Amazing Thailand Ambassador มาต่อยอด”
ลอนช์ TVC-บิ๊กอีเวนต์ต้นปีหน้า :
“ฐาปนีย์” ให้เหตุผลในการเลือก “ลิซ่า” มาเป็นตัวแทนสื่อสารท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ว่า เพราะลิซ่าเป็นศิลปินที่เป็นไอคอนระดับโลก มีความสำเร็จและมีผลงานตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นเด่นชัด และเชื่อว่าแอมบาสซาเดอร์มีอิทธิพลต่อการสื่อสารภาพลักษณ์สูงมากในการสื่อสารของประเทศไทยออกไปสู่สายตาระดับโลก
“ก่อนหน้านั้น เราก็ใช้อินฟลูฯ ใช้ KOL มากมาย ปี 2569 นี้เราอยากขอว่าเราใช้คนที่มีฐานแฟนคลับจำนวนมากมาช่วยในการเพิ่มการมองเห็นผ่านศิลปินระดับโลกอย่างน้องลิซ่า”
นอกจากนี้ยังมองว่าก่อนหน้านี้ ลิซ่าก็มีบทบาทต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยเป็นอย่างมาก เช่น MV ร็อกสตาร์ ที่ใช้สถานที่บริเวณเยาวราชเป็นสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งหลังจากเปิดตัวไป นอกจากเยาวราชจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแล้ว ยังสามารถต่อยอดไปที่ตลาดน้อย ทรงวาด เฟื้องนคร บรรทัดทอง ฯลฯ ได้อีกด้วย
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การใช้การสื่อสารเชื่อมโยงวัฒนธรรมกับผู้ทรงอิทธิพล มีผลต่อคนทั้งที่อยู่ในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางของการท่องเที่ยวในการทำตลาดโดยใช้ KOL และอินฟลูฯมาดำเนินการ
“ฐาปนีย์” บอกว่า สำหรับ “ลิซ่า” นั้น ททท.มีแผนผลิตภาพยนตร์โฆษณา (TVC) และภาพประชาสัมพันธ์ รวมถึง Exclusive Event ซึ่งจะเป็นบิ๊กอีเวนต์ที่มีจำนวนผู้ร่วมงานไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569
“ในส่วนของ Exclusive Event ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะใช้ชื่ออะไร แต่กำหนดจัดหลังจากที่เราได้เปิดตัว TVC ไปแล้ว”
นอกจากนี้ เราก็ยังได้วางแผนประชาสัมพันธ์ในการสร้างการรับรู้ Amazing Thailand Ambassador ในช่วง 12 เดือนนี้ผ่านสื่ออื่น ๆ อีก อาทิ สื่อดิจิทัล สื่อ Out of Home และการนำเสนอคอนเทนต์ผ่าน KOL ทั้งหมด รวมถึงมีการจัดทำสินค้าเมอร์แชนไดส์ไอเท็มที่เป็นลิมิเต็ดสำหรับแจกแฟนคลับลิซ่าที่เข้าร่วมกิจกรรม (ไม่มีขาย) หรือการเดินทางมาประเทศไทยเท่านั้น
เพิ่มรายได้ท่องเที่ยว 2.5-5 แสน ล้าน :
“ฐาปนีย์” ยังบอกถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ในการดึงลิซ่ามาเป็น Amazing Thailand Ambassador ด้วยว่า ที่ผ่านมาลิซ่าได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นคนที่มีมีเดียแวลู หรือ Earned Media Value สูงมาก เช่น ที่ไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ Celine คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าผู้หญิง มีมูลค่าสื่อสูงถึง 29 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกรณีไปร่วมงาน Victoria’s Secret Fashion Show แค่โพสต์เดียวก็มีมีเดียแวลูมหาศาลเช่นกัน
“ตรงนี้เราคิดว่าเรามองว่าหลังจากเปิดตัว TVC ไปแล้ว เราจะเห็นการต่อยอดและการขยายผลของ TVC ไปยังฐานแฟนคลับและนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบลิซ่าทั่วโลก”
พร้อมอธิบายด้วยว่า แค่ IG ของลิซ่ามีผู้ติดตามกว่า 100 ล้านคน ใน 1 โพสต์เราจะเห็นชัดว่ามีคนมา Like เท่าไหร่ มี Engagement เท่าไหร่ แชร์ออกไปเท่าไหร่ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงยอดการสร้างการรับรู้ในเชิงประชาสัมพันธ์ทั้งหมด
เช่นเดียวกัน ส่วนตัวมองว่าในแง่ของการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยในโลกออนไลน์ของ “ลิซ่า” นั้นจะเข้าถึงได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านคนครั้ง ซึ่งโดยปกติแล้ว 1,000 ล้านคนครั้ง เป็นคนดูและอยากจะติดตามประมาณ 10% หรือ 100 ล้านคนครั้ง
ในจำนวนนี้ขอแค่ 5-10% ที่ตัดสินใจเดินทาง หรือ Call to Action จากกระแสของลิซ่า หรือประมาณ 5-10 ล้านคน จากทุกภูมิภาคทั่วโลกที่จะเพิ่มเข้ามาในปีหน้า
หากนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูงใช้จ่ายเฉลี่ยราว 50,000 บาทต่อคนต่อทริป นั่นหมายความว่าในปี 2569 นี้ ประเทศไทยจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เป็นฐานแฟนคลับของ “ลิซ่า” เพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 2.5-5 แสนล้านบาท
และน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทยในปี 2569 ขยับไปแตะ 3 ล้านล้านบาทได้อีกครั้ง
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 18 ตุลาคม 2568

