จีนเร่งคุม ‘สงครามราคา’ เตรียมตรวจต้นทุน-ราคาขาย สกัดแข่งขันแบบ ‘เผากำไร’ ตัดราคาจนกำไรหด
จีนเร่งคุม ‘สงครามราคา’ เตรียมตรวจต้นทุน-ราคาขาย สกัดแข่งตัดราคาจนกำไรหด หลังการลดราคาและการอัดเงินอุดหนุนเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดรุนแรงขึ้นในหลายอุตสาหกรรม
วันนี้ (20 กันยายน) Shu Wei โฆษกและรัฐมนตรีช่วยว่าการสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) กล่าวว่า ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (2569-2573) จีนจะใช้ทั้งกฎด้านราคา มาตรฐาน และการกำกับดูแลคุณภาพ เพื่อควบคุมการแข่งขันลักษณะ ‘involution’ หรือการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจนธุรกิจต้องแข่งกัน ‘เผากำไร’ ของตัวเอง
มาตรการสำคัญคือ ทางการจะเข้าตรวจสอบต้นทุนและราคาขายของบริษัทที่ใช้ราคาต่ำเพื่อแข่งขันอย่างรุนแรง หากพบว่าบริษัททำให้ระเบียบการผลิตและการดำเนินธุรกิจเสียหาย หรือมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ทางการจะดำเนินการตามกฎหมายทันที
ขณะเดียวกัน ทางการจีนจะเร่งแก้ไขกฎหมายราคา (Price Law) และศึกษาการออกกฎเพื่อป้องกันการขายสินค้าในราคาที่ต่ำอย่างไม่มีเหตุผล โดยจะให้สมาคมอุตสาหกรรมเข้ามาช่วยจัดทำมาตรฐานการคำนวณต้นทุน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำกับดูแล
✅ ไม่ได้ห้ามลดราคา แต่ต้องหยุดแข่งแบบ ‘เผากำไร’
ปัญหาที่จีนกำลังพยายามแก้ คือการแข่งขันที่บริษัทจำนวนมากพยายามลดราคาและเพิ่มส่วนลดเพื่อแย่งลูกค้า แม้ต้องแลกกับกำไรที่ลดลง โดยการแข่งขันลักษณะนี้เกิดขึ้นในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรมโซลาร์ ตลอดจนแพลตฟอร์มซื้อของออนไลน์
ทางการจีนจึงต้องการให้บริษัทต่างๆ หันมาแข่งขันด้านคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น แทนการแข่งกันลดราคา
อย่างไรก็ตาม ทางการจีนไม่ได้กำหนดราคาขายขั้นต่ำของสินค้า แต่จะเน้นตรวจสอบต้นทุนและพฤติกรรมด้านราคาเป็นรายกรณี รวมถึงดำเนินการกับบริษัทที่ยังฝ่าฝืนกฎหมาย
✅ เล็งคุมแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่ม
นอกจากบริษัททั่วไปแล้ว จีนเตรียมเพิ่มการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยจะออกกฎเกี่ยวกับพฤติกรรมด้านราคาและควบคุมการแข่งขันบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากขึ้น
ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลจะเพิ่มการตรวจสอบ ข้อมูล อัลกอริทึม ทราฟฟิก และกฎของแพลตฟอร์ม พร้อมกำหนดให้บริษัทแพลตฟอร์มรับผิดชอบมากขึ้นในฐานะ ‘gatekeeper’ ของตลาด
แนวทางทั้งหมดสะท้อนว่า จีนกำลังพยายามลดการแข่งขันที่เน้น ‘ลดราคาเพื่อแย่งตลาด’ และหันไปควบคุมพฤติกรรมที่อาจทำให้บริษัทต้องขายในราคาต่ำเกินไปจนกระทบต่อกำไร คุณภาพสินค้า และการลงทุนในระยะยาว
ที่มา the standard
วันที่ 21 กันยายน 2569

