สมาคมฯ ร่วมพิธีเปิด “ศูนย์เวียดนามศึกษา” ยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษาไทย–เวียดนาม เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต
มหาวิทยาลัยขอนแก่นเดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านภาษา สังคม และวัฒนธรรมเวียดนาม พร้อมต่อยอดการศึกษา วิจัย และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามสู่อนาคต
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดพิธีเปิด “ศูนย์เวียดนามศึกษา” อย่างเป็นทางการ ณ อาคาร HS06 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม โดยมี รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย ชัยพานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานในพิธีและกล่าวแสดงความยินดี



พิธีเปิด รองศาสตราจารย์ ดร.อรทัย เพียยุระ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดตั้งศูนย์ฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคีเครือข่ายไทย–เวียดนาม ได้แก่ Mr. Dinh Hoang Linh กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ จังหวัดขอนแก่น, นายสุรพล เพชรวรา อุปนายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะผู้แทนนายกสมาคมมิตรภาพไทย–เวียดนาม, ดร.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภาและกรรมการทวิภาคีไทย–เวียดนาม รัฐสภา และนายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณาจารย์ นักศึกษา และภาคีเครือข่ายจากประเทศไทยและเวียดนามเข้าร่วมงาน
องศาสตราจารย์ ดร.อรทัย เพียยุระ กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์เวียดนามศึกษาเป็นผลจากการผลักดันความร่วมมือในหลายระดับ โดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักด้านวิชาการ ร่วมกับกองการต่างประเทศในการเชื่อมโยงและประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ จังหวัดขอนแก่น และเครือข่ายไทย–เวียดนาม
ศูนย์ฯ มุ่งพัฒนาเป็นพื้นที่กลางสำหรับการเรียนรู้ ภาษา สังคม และวัฒนธรรมเวียดนาม รวมถึงเป็นฐานต่อยอดการเรียนการสอน การวิจัย การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากร และกิจกรรมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองประเทศในอนาคต
ศ.นพ.ชาญชัย ชัยพานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การเปิดศูนย์เวียดนามศึกษา ในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการใช้การศึกษา วิชาการ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เป็นกลไกเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยมหาวิทยาลัยพร้อมสนับสนุนความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายของเวียดนาม เพื่อสร้างโอกาสให้แก่นักศึกษา บุคลากร และประชาชนของทั้งสองประเทศ
ด้าน Mr. Dinh Hoang Linh กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ศูนย์เวียดนามศึกษาจะเป็นอีกหนึ่งสะพานสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศเวียดนามในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและนักศึกษา พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยน ทางการศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
คุณสุรพล เพชรวรา อุปนายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น และกรรมการสมาคมมิตรภาพไทย–เวียดนาม กล่าวว่า เวียดนามในปัจจุบันมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ของเอเชีย จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจด้านการพัฒนาและความทันสมัย การศึกษาเวียดนามจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงภาษาและวัฒนธรรม แต่ควรครอบคลุมประเด็นเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ การก้าวสู่ความทันสมัยควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย
คุณสุรพลเชื่อมั่นว่า ศูนย์เวียดนามศึกษาจะพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นศูนย์กลางความรู้เรื่องเวียดนาม สู่การเป็นพื้นที่วิชาการเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเวียดนามอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมใช้เวียดนามเป็น “เลนส์” ในการมองการเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคเอเชียและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในศตวรรษที่ 21 ความสำเร็จของศูนย์ฯ เกิดจากการสั่งสมความร่วมมือของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มข. มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดสอนภาษาเวียดนาม การแลกเปลี่ยนนักวิชาการกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง VNU-USSH และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสถานกงสุลใหญ่เวียดนาม ณ ขอนแก่น





ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามไม่ได้เติบโตเฉพาะในระดับรัฐบาล หากแต่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ชุมชน และสถาบันต่าง ๆ โดยศูนย์เวียดนามศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะเป็นพื้นที่สำคัญในการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจ และร่วมสานต่อมิตรภาพระหว่างสองประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
ที่มา kku.ac.th
วันที่ 10 กันยายน 2569

