'จีน-เวียดนาม' เปิดรถไฟสายใหม่ ดันศักยภาพการค้า
เวียดนามและจีนได้เปิดใช้งานเส้นทางขนส่งสินค้าทางรถไฟสายใหม่ที่เชื่อมระหว่างมณฑลชิงไห่ (Qinghai) ของจีนกับนครด่งนาย (Dong Nai) ของเวียดนามอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีระยะทางรวมเกือบ 4,000 กิโลเมตร แบ่งเป็นระยะทางในจีนประมาณ 2,200 กิโลเมตร และระยะทางในเวียดนามกว่า 1,700 กิโลเมตร
ด้วยการเดินรถไฟแบบตรงและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ระยะเวลาการเดินทางจากมณฑลชิงไห่ไปยังสถานี Trang Bom ในนครด่งนายลดลงเหลือประมาณ 7 วัน (รวมพิธีการศุลกากรแล้ว) จากเดิมที่ใช้เวลา 12-15 วัน ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสด้านโลจิสติกส์ พร้อมทั้งสร้างระเบียงการขนส่งทางรางที่เชื่อมโยงจีน เวียดนาม อาเซียน และภูมิภาคอื่น ๆ เข้าด้วยกัน
นาย Nguyen Hoang Thanh รองผู้อำนวยการใหญ่ของบริษัท Railway Transport and Trade JSC เปิดเผยว่าภาคการรถไฟมุ่งนำบทบาทของด่านชายแดนเข้าไปสู่พื้นที่ตอนในของประเทศมากขึ้น โดยรถไฟที่ออกจากเมืองต่าง ๆ ในจีน เช่น ชิงไห่ หนานหนิง และซูโจว สามารถวิ่งตรงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของเวียดนามได้ทันที และแทนที่สินค้าจะกระจุกตัวอยู่ที่คลังสินค้าบริเวณชายแดน เครือข่ายรถไฟระหว่างประเทศสามารถขนส่งสินค้าไปยังศูนย์การผลิตและการบริโภคโดยตรงมากขึ้น ช่วยให้ภาคธุรกิจมีทางเลือกในการจัดการห่วงโซ่การขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสำหรับสินค้าปริมาณมากที่ต้องการกำหนดเวลาการส่งมอบที่แน่นอน
สำหรับจุดแข็งของเวียดนามอยู่ที่การเชื่อมโยงเครือข่ายรถไฟเข้ากับท่าเรือ ศูนย์เศรษฐกิจ และฐานการผลิตภายในประเทศ หากมีการลงทุนอย่างเป็นระบบ สินค้าจากจีนจะสามารถขนส่งมายังศูนย์โลจิสติกส์และท่าเรือของเวียดนาม เพื่อส่งต่อไปยังตลาดอื่น ๆ ได้ ขณะเดียวกัน สินค้าเวียดนามก็จะมีช่องทางเพิ่มเติมในการเข้าสู่ตลาดจีนและตลาดทางตอนเหนืออื่น ๆ อีกด้วย
ทั้งนี้ เวียดนามได้ปรับปรุงแผนแม่บทเครือข่ายรถไฟช่วงปี 2564-2573 พร้อมวิสัยทัศน์ถึงปี 2593 เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางรถไฟกับจีน โดยกำหนดให้มีการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟสายเอเชียผ่านด่านชายแดนหิ้วหงิ (Huu Nghi) ลาวไก (Lao Cai) และ ม๊องก๊าย (Mong Cai) กับจีน รวมถึงเชื่อมต่อเครือข่ายอาเซียนผ่าน สปป.ลาว ที่ช่องเขาหมู่ย่า (Mu Gia) และด่านลาวบ๋าว (Lao Bao) และผ่านกัมพูชาที่ด่านมกบาย (Moc Bai) และหลกนิงห์ (Loc Ninh)
การเปิดใช้เส้นทางรถไฟขนส่งสินค้า ‘ชิงไห่-ด่งนาย’ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระหว่างเวียดนามและจีน โดยเฉพาะในช่วงที่การค้าระหว่างสองประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้า ลดระยะเวลาการขนส่งจากจีนสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมในภาคใต้ของเวียดนาม
ที่มา AEC Connect by Bangkok Bank
วันที่ 22 กันยายน 2569

