SMR 300 MW ทางเลือกพลังงานไทย ถอดยุทธศาสตร์ ปส.–กฟผ. สู่ความมั่นคงพลังงาน
วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ SMR 300 MW ฝ่าวิกฤตราคาพลังงานโลก: ถอดรหัสการทำงานร่วมกันระหว่าง ปส. - กฟผ. ภายใต้กลไก คกก.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ สู่ข้อเสนอเชิงนโยบายพลังงานมั่นคงของไทย บทความโดย: นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คอลัมน์ เข็มทิศความปลอดภัยนิวเคลียร์
ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลในตลาดโลกและวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ผลักดันให้ประชาคมโลกหันกลับมาทบทวนบทบาทของพลังงานนิวเคลียร์อย่างจริงจัง ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่ามีกว่า 38 ประเทศทั่วโลกที่ประกาศเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์เป็น 3 เท่าภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) ขณะที่เพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ หรือมาเลเซีย ต่างขยับขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างเป็นรูปธรรม


สำหรับประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เดินหน้าศึกษาโครงการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 300 เมกะวัตต์ (MWe) กรอบวงเงินลงทุนเบื้องต้นราว 60,000–70,000 ล้านบาท ภายใต้กรอบ (ร่าง) แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) โดยวางเป้าหมายเดินเครื่องโรงแรกภายในปี พ.ศ. 2580 (ค.ศ. 2037) เพื่อสร้างเสถียรภาพค่าไฟฟ้า ลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาตินำเข้า และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะองค์กรกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีระดับชาติ ขอเรียนชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนว่า ปส. และ กฟผ. ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ภายใต้ร่มเงาของ คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (พนส. ) ซึ่งกำกับดูแลเชิงนโยบายโดยท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกก้าวย่างของการศึกษาและดำเนินโครงการ จะตั้งอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในระดับสากล
✅ “บทวิเคราะห์ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์: SMR 300 MW กับเสถียรภาพค่าไฟคนไทย”
เมื่อเจาะลึกโครงสร้างเศรษฐศาสตร์พลังงาน การนำ SMR ขนาด 300 MW เข้าสู่ระบบไฟฟ้าไทย มอบประโยชน์เชิงโครงสร้างที่สำคัญ 3 ประการ
1)โครงสร้างต้นทุนเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพสูง (Fuel Price Independence) : แตกต่างจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติหรือถ่านหินที่ต้นทุนค่าไฟผันผวนตามราคาตลาดโลก (คิดเป็นสัดส่วนเชื้อเพลิง 60-80% ของต้นทุนการผลิต) โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีสัดส่วนต้นทุนเชื้อเพลิงยูเรเนียมเพียง 10-15% เท่านั้น การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกจึงแทบไม่มีผลกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้า (ค่า Ft) ในระยะยาว
2)การจ่ายไฟฟ้าฐานสะอาดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง (Firm Clean Baseload) : SMR สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าต่อเนื่องโดยมีค่า Availability Factor สูงกว่า 90% โดยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกือบเป็นศูนย์ ตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูงสำหรับภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายและ AI Data Centers ในพื้นที่ EEC
3)ระบบความปลอดภัยเชิงรับขั้นสูง (Inherent & Passive Safety Systems) : เทคโนโลยี SMR ยุคใหม่ถูกออกแบบให้หยุดการทำงานและระบายความร้อนตกค้างได้เองตามกฎธรรมชาติ (แรงโน้มถ่วง การพาความร้อนตามธรรมชาติ) โดยไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอกหรือการสั่งการของผู้ปฏิบัติงาน ทำให้ความเสี่ยงอุบัติเหตุรุนแรงอยู่ในระดับต่ำมาก
✅ “การทำงานเชิงบูรณาการระหว่าง ปส. และ กฟผ.”
การพัฒนาโครงการนิวเคลียร์จำเป็นต้องแยกบทบาทระหว่าง "หน่วยงานผู้พัฒนา/เดินเครื่อง (Operator)" และ "หน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัย (Regulator)" ออกจากกันอย่างชัดเจนตามหลักการของ IAEA เพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองหน่วยงานทำงานสอดประสานกันอย่างใกล้ชิดผ่านกลไกคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ:
* การประเมินสถานที่ตั้งร่วมกับ IAEA (Site Evaluation & Infrastructure Readiness) : ขณะที่ กฟผ. อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้และสำรวจพื้นที่ศักยภาพ ในขณะที่ ปส. ทำหน้าที่ยกร่างกฎเกณฑ์การประเมินความปลอดภัยของสถานที่ตั้ง โดยอ้างอิงมาตรฐาน IAEA Safety Standards Series No. SSR-1 และเตรียมความพร้อมรับการตรวจประเมินโครงสร้างพื้นฐานพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ (INIR Mission)
* การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและระบบใบอนุญาต (Workforce & Licensing) : ปส. และ กฟผ. ร่วมมือกันในการวางแผนสร้างบุคลากรด้านเทคนิคนิวเคลียร์ โดย ปส. เตรียมระบบการออกใบอนุญาตผู้เดินเครื่อง (Reactor Operator: RO และ Senior Reactor Operator: SRO) เพื่อรองรับวิศวกร กฟผ. ที่จะเข้ารับการฝึกอบรมกับเครื่องจำลองสภาวะวิกฤต (Full-Scope Simulator)


* กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Engagement) : ปส. และ กฟผ. ร่วมกันวางแผนสื่อสารความเสี่ยงเชิงรุก ให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดการกากกัมมันตรังสีและระดับความปลอดภัย เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่ศึกษามีส่วนร่วมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก
“ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อประเทศโดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ“
เพื่อให้การเตรียมความพร้อมโครงการ SMR 300 MW ในแผน PDP 2026 ดำเนินไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ประชาชน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ขอเสนอชุดยุทธศาสตร์เชิงนโยบาย 4 ประการดังนี้
1)ยุทธศาสตร์จัดตั้งคณะกรรมการร่วมขับเคลื่อนโครงการไฟฟ้านิวเคลียร์ระดับชาติ (National Nuclear Energy Program Implementing Mechanism: NEPIO)
2)ยุทธศาสตร์พัฒนากรอบการอนุมัติใบอนุญาตล่วงหน้าสำหรับเทคโนโลยี SMR (SMR Pre-Licensing & Vendor Design Review)
* ปส. ขณะนี้ดำเนินการตรากฎระเบียบว่าด้วยกระบวนการประเมินการออกแบบล่วงหน้า (Vendor Design Review: VDR) สำหรับเทคโนโลยี SMR ขนาด 300 MWe เพื่อทำการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของเทคโนโลยีที่ กฟผ. คัดเลือก ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลระดับสากล (เช่น U.S. NRC หรือ CNSC) ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนยื่นคำขอใบอนุญาตก่อสร้างจริง ช่วยลดระยะเวลาและสร้างความแน่นอนให้กับโครงการ
3)ยุทธศาสตร์จัดทำแผนแม่บทการจัดการเชื้อเพลิงใช้แล้วและกากกัมมันตรังสีแห่งชาติ (National Spent Fuel & Radioactive Waste Management Policy)
* ปส. ได้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) และ กฟผ. จัดทำแผนยุทธศาสตร์วงจรเชื้อเพลิงนิวเคลียร์อย่างครบวงจร (Cradle-to-Grave Strategy) รวมถึงการจัดตั้งกองทุนการจัดการเชื้อเพลิงใช้แล้วและการรื้อถอน (Decommissioning & Waste Fund) เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่าจะไม่มีการทิ้งภาระไว้ให้คนรุ่นหลัง
4)ยุทธศาสตร์สื่อสารวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์และการสร้างการมีส่วนร่วมในพื้นที่ EEC และพื้นที่นำร่อง (Proactive Public Deliberation & Regional Engagement)
* จัดตั้งศูนย์ข้อมูลและสื่อสารความปลอดภัยนิวเคลียร์ร่วมระหว่าง ปส. และ กฟผ. ในพื้นที่เป้าหมายการศึกษา เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ภาคประชาสังคม และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โปร่งใส และเปิดเผยข้อมูลเชิงวิศวกรรมความปลอดภัยอย่างตรงไปตรงมา
✅ บทสรุป
การศึกษาโครงการ SMR ขนาด 300 MW ของ กฟผ. ภายใต้กรอบ PDP 2026 ถือเป็นก้าวย่างเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศไทยในการรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานโลกและเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ขอให้ความมั่นใจต่อพี่น้องประชาชนว่า เราจะทำหน้าที่เป็น "หลักประกันความปลอดภัยของคนไทย" โดยกำกับดูแลทุกขั้นตอนอย่างอิสระ เข้มงวด และทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานพันธมิตรอย่างเป็นระบบ เพื่อนำพานวัตกรรมพลังงานสะอาดมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
ขอขอบคุณข้อมูลทางวิชาการและแนวคิดด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (คปส.)
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 27 ตุลาคม 2569

