สรุปเอกสารเวียดนามโผล่ ประเมินส่งออกไปสหรัฐลดถึง 1 ใน 3 จากภาษี 20-40 %
เวียดนามประเมินว่าการส่งออกไปยังสหรัฐอาจลดลงมากถึงหนึ่งในสาม หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าที่อัตรา 20 และ 40 %
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ตามเอกสารการประเมินภายในของรัฐบาลเวียดนามนั้น ภาษีนำเข้า 20% ถึง 40% จะทำให้รายได้จากการส่งออกลดลงมากถึง 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 ล้านล้านบาท) หรือ 1 ใน 3 และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหลักส่วนใหญ่ของเวียดนาม รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร เสื้อผ้า รองเท้า และเฟอร์นิเจอร์
เอกสารภายในระบุว่านโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ มีเป้าหมายเพื่อควบคุมจีน โดยทรัมป์ใช้นโยบายนี้เป็นเครื่องมือเพื่อยับยั้งการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของจีน และฟื้นฟูสถานะของตน
ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานว่า บริษัทในเวียดนามจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากภาษีดังกล่าว ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ทราบเกี่ยวกับการประมาณการดังกล่าว ซึ่งเสริมว่าผู้นำเข้าของเวียดนามน่าจะจำเป็นต้องแบกรับภาระดังกล่าวบางส่วน
เอกสารระบุว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมูลค่าการส่งออกลดลงประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (480,000 ล้านบาท) โดยระบุว่าภาษีนำเข้าดังกล่าว เป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานสินค้าอิเล็กทรอนิกส ทั้งนี้ ตามตัวเลขทางการมูลค่าการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีทั้งหมดของเวียดนามไปยังสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว อยู่ที่ประมาณ 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.8 ล้านล้านบาท)
รายงานฉบับนี้ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2025 หนึ่งสัปดาห์กว่าหลังจากที่ทรัมป์ประกาศข้อตกลงการค้ากับเวียดนาม และรวบรวมโดยหน่วยวิจัยของสภาที่ปรึกษาของประธานาธิบดีฝ่าม มิญ จิ๊ญ ซึ่งเวียดนามยังไม่ได้รับการยืนยันอัตราภาษีนำเข้าอย่างเป็นทางการจากประธานาธิบดีสหรัฐ
เอกสารภายในของเวียดนามมีถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาอย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งระบุว่านโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯมีเป้าหมายเพื่อควบคุมจีนอย่างไร รายงานระบุว่าทรัมป์ใช้นโยบายนี้เป็นเครื่องมือ “เพื่อยับยั้งการพัฒนาที่ ‘ก้าวกระโดด’ ของจีน และฟื้นฟูสถานะของตน”
เดิมทีทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มีเกินดุลการค้ากับสหรัฐสูงเป็นอันดับสามของโลกเมื่อปี 2024 โดยมีอัตราภาษีนำเข้าสูงถึง 46% ซึ่งถือเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด
และเพื่อแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐเกี่ยวกับกฎถิ่นกำเนิดสินค้า กระทรวงการค้าของเวียดนามได้ดำเนินมาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อปกป้องแบรนด์ “Made in Vietnam” และเพิ่มความเข้มงวดในกฎระเบียบเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางการค้า ภายใต้ร่างแนวทางใหม่ที่กระทรวงออกจะมีการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อกำหนดส่วนประกอบที่เฉพาะเจาะจงของผลิตภัณฑ์และแหล่งกำเนิดสินค้า
แนวทางดังกล่าวประกอบด้วยมาตรการประเมิน local content หรือ มาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในเวียดนาม และสถานที่ที่ขั้นตอนการผลิตหลักได้ดำเนินการ นอกจากนี้ยังจะกำหนดระบบการตรวจสอบและบทลงโทษสำหรับการติดฉลากที่ไม่ถูกต้อง
เอกสารภายในฉบับนี้เน้นย้ำถึงความท้าทายที่บริษัทต่างๆ ของเวียดนามกำลังเผชิญในการตีความข้อตกลง และจำเป็นต้องมีความพยายามมากขึ้นเพื่อชี้แจงวิธีการคำนวณสัดส่วนวัสดุท้องถิ่น และเพื่อโน้มน้าวให้สหรัฐคำนึงถึงสัดส่วนการนำเข้าจากสหรัฐและตลาดอื่นๆ ที่มีแหล่งที่มาชัดเจน ในการกำหนดแหล่งกำเนิด
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 24 กรกฏาคม 2568