ไทยปั้นเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ ดัน 'อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ' แตะ 5 แสนล้าน
KEY POINTS :
* รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของไทย เพื่อสร้างความมั่นคงและเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
* กระทรวงอุตสาหกรรมออกมาตรการสนับสนุน เช่น การจัดตั้งเขตปลอดอากรเพื่อลดต้นทุน การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการพัฒนาแหล่งทุนสำหรับผู้ประกอบการ
* มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้งานได้สองทาง (Dual-use) เช่น โดรนและอากาศยานไร้คนขับ เพื่อต่อยอดสู่ภาคพาณิชย์และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในการกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การปรับตัวอุตสาหกรรมไทยและทางเลือกใหม่ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” ภายในงาน THAIDEF-EX 2026 ว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศกำลังก้าวจากบทบาทด้านความมั่นคงสู่การเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของไทย โดยมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การจ้างงาน และการส่งออก ควบคู่กับการเสริมความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจุบันมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยเติบโตจากประมาณ 20,000 ล้านบาทในปี 2558 สู่ระดับกว่า 50,000 ล้านบาทในปี 2569
ขณะที่ประเทศไทยมีโรงงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้กว่า 267 แห่ง โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม 152 แห่ง หรือคิดเป็นราว 57% ของทั้งระบบ สะท้อนถึงความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศในการรองรับการเติบโตระยะต่อไป
โลกเผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ :
โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ และความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานโลก ทำให้ไทยต้องเร่งสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดยอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งด้านความมั่นคงและเชิงพาณิชย์ หรือ Dual-use Technology
หนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพสูงคือ โดรน และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ภาคเกษตร การกู้ภัย การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ขณะที่ยานยนต์หุ้มเกราะและอุตสาหกรรมต่อเรือของไทยเริ่มสร้างโอกาสทางการส่งออกไปยังหลายประเทศ ทั้งในอาเซียน ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น
ตั้งเขตปลอดอากรอุตฯป้องกันประเทศ :
อย่างไรก็ดี เพื่อเ

