ถอดบทเรียนปฏิรูประบบราชการเวียดนาม รวดเร็ว ครอบคลุม ทันเวลา
✅ KEY POINTS
* เวียดนามปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่และรวดเร็ว โดยยุบรวมจังหวัดจาก 63 เหลือ 34 แห่ง และยกเลิกระดับอำเภอ เพื่อลดขนาดองค์กร ลดบุคลากร และประหยัดงบประมาณ
* ปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานภาครัฐจากการเน้นควบคุมเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจผ่านศูนย์บริการเบ็ดเสร็จและระบบออนไลน์
* เปลี่ยนยุทธศาสตร์ต้านทุจริตจากเน้นการปราบปรามมาเป็นการป้องกันเชิงรุกโดยลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และมุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านระเบียงเศรษฐกิจใหม่
* การปฏิรูปครั้งนี้เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2045
ระยะหลังไทยมักชายตามองเพื่อนบ้านเวียดนามด้วยความทึ่ง เมื่อเศรษฐกิจโตพรวดๆ ครั้นจะปฏิรูประบบราชการก็ทำได้รวดเร็ว ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2025 เวียดนามรวมจังหวัดและเทศบาลอย่างเป็นทางการ จาก 63 แห่งเหลือ 34 แห่ง, ยุบการบริหารราชการระดับอำเภอ และยุบเขตและชุมชนสองในสามของทั้งหมด เว็บไซต์ eastasiaforum รายงานว่า การปฏิรูปการบริหารอย่างกว้างขวางของเวียดนามครั้งนี้ถือว่า ครอบคลุมที่สุดนับตั้งแต่รวมชาติ ส่งผลไปถึงการบริหารงานภาครัฐ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการรวบอำนาจทางการเมือง
แม้รัฐบาลฮานอยจะค่อยๆ ปรับระบบราชการของเวียดนามมาตั้งแต่ปี 2017 การปฏิรูปการบริหารรอบนี้ ซึ่งโดดเด่นในด้านจังหวะเวลา ขนาด และความรวดเร็วในการดำเนินการ เป็นโครงการริเริ่มสำคัญของโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม (ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2024) นับตั้งแต่รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคในเดือน ก.ค.2024 เลิมให้คำมั่นนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาชาติ ตั้งเป้าเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2045 การปฏิรูปการบริหารครั้งนี้จึงเป็นก้าวย่างสำคัญก้าวแรกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว
✅ สาระสำคัญของการปฏิรูป
ประการแรก หน่วยงานราชการคือ “คอขวดของคอขวดทั้งปวง” หลายคนเห็นด้วยกับคำพูดนี้ เห็นได้จากก่อนปฏิรูป ราว 70% ของงบประมาณแผ่นดินแต่ละปีถูกใช้จ่ายไปกับรายจ่ายประจำ เหลือเงินทุนสำหรับการพัฒนาเพียงเล็กน้อย อีกทั้งโครงสร้างการบริหารที่ซับซ้อน การทำงานเหลื่อมซ้อนแต่นโยบายไม่สอดคล้องกัน ทำให้โครงการลงทุนและการดำเนินธุรกิจล่าช้าลง
ประการที่ 2 ความพยายามปฏิรูปรอบก่อนไม่ทันเวลาและไม่ครอบคลุมมากพอ จึงจำเป็นต้องมีโครงการที่มีขนาดและอัตราเร่งที่ไม่เคยมีมาก่อน มติลดขนาดคณะรัฐมนตรีของเวียดนามได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 18 ก.พ.และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มี.ค. มติยกเลิกการบริหารระดับอำเภอ ปรับองค์กรพรรค และยุบรวมจังหวัดและชุมชนมีผลในวันที่ 1 ก.ค.2025
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มุ่งหมายลดบุคลากรภาครัฐลง 250,000 คน พร้อมๆ กับลดงบประมาณ 7.2 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
✅ ความแตกต่างจากของเดิม
การปฏิรูปครั้งก่อนเน้นการควบคุม แต่ครั้งนี้เปลี่ยนวิธีคิดหันมาเน้นการบริการประชาชนและภาคธุรกิจสามารถติดต่อราชการได้แล้วเสร็จ ณ ศูนย์บริการระดับชุมชนทุกแห่ง ไม่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่ กระบวนการราชการออนไลน์เสร็จสมบูรณ์ผ่านเว็บไซต์บริการสาธารณะแห่งชาติในจุดเดียว ไม่ว่าจะเป็นงานของกระทรวงใดหรือผู้ทำเรื่องอยู่ในพื้นที่ใด
การปฏิรูปยังเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ต่อต้านทุจริตของเวียดนามจากเน้นปราบรายใหญ่มาเป็นแนวทางป้องกันเชิงรุก
แคมเปญ “เตาหลอมที่ลุกโชน” ครั้งก่อน แม้ได้รับความนิยม แต่ก็สร้างความหวาดกลัวให้กับเจ้าหน้าที่จนไม่กล้าตัดสินใจเรื่องสำคัญทางเศรษฐกิจ การปฏิรูปรอบใหม่แก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการลดขั้นตอนราชการ และทำให้กระบวนการบริหารง่ายขึ้นและเป็นระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการทุจริต
นอกเหนือจากปรับการบริหารราชการให้ทันสมัย การปฏิรูปยังเปิดโอกาสการเติบโต ด้วยการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก มาเสริมแนวเหนือใต้เดิม ด้วยการผสมผสานทรัพยากรภายในประเทศ เช่น ป่าไม้ เข้ากับข้อได้เปรียบจากพื้นที่ชายฝั่ง เช่น การเข้าถึงทางทะเล การรวมนครโฮจิมินห์เข้ากับจังหวัดบิ่ญเดืองและบ่าเรีย-หวุงเต่า ทำให้เกิดมหานครระดับภูมิภาคและศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญ ส่งผลให้เมืองใหม่นี้เป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท รวมถึงการเงิน น้ำมัน ก๊าซ และการท่องเที่ยวชายฝั่ง
แนวทางนี้ทำให้เกิดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระลอกใหม่ เช่น เส้นทางรถไฟหล่าวกาย-ฮานอย-ไฮฟอง ช่วยกระตุ้นการค้าและการบูรณาการระดับภูมิภาค การลดต้นทุนด้านการบริหารจะช่วยให้มีงบประมาณเหลือสำหรับการลงทุนในโครงการทางสังคม การปฏิรูปเงินเดือนภาครัฐ และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น
✅ เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมือง
การควบรวมจังหวัดเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของผู้นำระดับสูง เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้รับการเลื่อนตำแหน่งไปรับบทบาทในระดับชาติลดลง
อย่างไรก็ตาม การรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลางอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา
การรณรงค์ต่อต้านการทุจริตทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระมัดระวังมากขึ้น เพราะกลัวว่าจะทำผิดพลาดจนอาจทำให้สูญเสียอาชีพ เมื่อโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งลดลงหลังจากการควบรวมจังหวัด เจ้าหน้าที่อาจยิ่งไม่เต็มใจที่จะดำเนินการใดๆ โดยปราศจากคำสั่งที่ชัดเจนจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความกังวลว่าผู้นำในอนาคตจะเต็มใจหรือสามารถกระจายอำนาจให้แก่รัฐบาลท้องถิ่นมากขึ้น และรักษากลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลภายในพรรคได้หรือไม่
สิ่งที่ท้าทายกว่านั้นเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายและการปฏิบัติ เวียดนามจ่ายเงินชดเชยข้าราชการที่ได้รับผลกระทบในปี 2025 ไปแล้ว 5 พันล้านดอลลาร์ โครงการใหญ่อย่างโครงการรถไฟความเร็วสูง 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ยิ่งทำให้งบประมาณตึงตัวมากขึ้นไปอีก
อีกประเด็นหนึ่งคือการปรับตัวอย่างกะทันหันของเจ้าหน้าที่ระดับตำบล ที่ตอนนี้ต้องรับมือกับภาระงานบริหารที่หนักขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับการมีส่วนร่วมโดยตรงกับหน่วยงานระดับจังหวัด ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจโลกยิ่งเพิ่มความกังวลว่าฮานอยกำลังรับมือกับปัญหาหลายอย่างพร้อมกันมากเกินไปหรือไม่
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นช่วงจังหวะเหมาะสมของการปฏิรูประบบราชการ ด้วยหนี้สาธารณะต่ำ งบประมาณเกินดุลมาก เวียดนามอยู่ในสถานะทางการเงินที่มั่นคงสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางกายภาพและดิจิทัลที่จำเป็นต่อการปรับปรุงบริการสาธารณะและปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่เอื้ออำนวยยิ่งทำให้การปฏิรูปภายในประเทศมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น
ด้วยเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบเดิมค่อยๆ เสื่อมมนต์ขลัง เส้นทางการเติบโตของเวียดนามจำต้องตั้งอยู่บนประสิทธิภาพและนวัตกรรม ซึ่งการปฏิรูประบบราชการถือเป็นจุดเริ่มต้นแรกที่จะนำไปสู่เป้าหมาย
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 24 สิงหาคม 2569

