GIT เร่งเครื่องเศรษฐกิจอัญมณีไทย ปักธง "GIT Standard" ยกระดับ SMEs สู่ตลาดโลก
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) เร่งเครื่องแผนงานปี 2569 รับทิศทางการค้าโลก พร้อมประกาศเดินหน้า "GIT Standard" เครื่องมือยกระดับอุตสาหกรรมไทย มุ่งสร้างฐานความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เตรียมพร้อมรับกฎเหล็กของตลาดส่งออก เนื่องจากอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม ในบริบทการค้าโลกยุคใหม่ ตัวแปรที่สำคัญไม่ใช่แค่ปริมาณ แต่คือ “คุณภาพ มาตรฐาน และความรับผิดชอบ” ผู้อำนวยการสถาบัน GIT กล่าวว่า “อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามหรือฝีมือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีองค์ความรู้ ความเข้าใจในมาตรฐานสากล ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” ซึ่ง GIT วางแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้กรอบ “GIT Standard” เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน ได้แก่
1)เชื่อมโยงสู่ตลาดโลกด้วยมาตรฐาน Responsible Jewellery Council (RJC) ผ่านโครงการบ่มเพาะสู่มาตรฐาน RJC (RJC Incubation Project) ซึ่งเป็นการให้ความรู้เชิงลึกแก่ผู้ประกอบการ SMEs ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลเกี่ยวกับหลักปฏิบัติของ Responsible Jewellery Council ที่แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกให้การยอมรับ ครอบคลุมทั้งด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม จริยธรรมทางธุรกิจและการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

2)สร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน โดยจัดการอบรมมาตรฐาน GIT Due Diligence Standard เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการในการตรวจสอบย้อนกลับ (Audit) วิเคราะห์ความเสี่ยง และยืนยันแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจริยธรรมและความโปร่งใสที่จะเพิ่มความเชื่อมั่นต่อสินค้าในสายตาผู้บริโภคและคู่ค้า
3)พัฒนาทักษะบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดย GIT เดินหน้าขยายความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาและวิทยาลัยอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง อาทิ การเจียระไน การออกแบบเครื่องประดับ เทคโนโลยีวัสดุ องค์ความรู้ด้านมาตรฐานและธรรมาภิบาล โดยมีเป้าหมายทั้งการผลักดันแรงงานใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมอย่างมีศักยภาพ และการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เติบโต บนพื้นฐานของความรับผิดชอบและจริยธรรมทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการรองรับโอกาสจากแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศมายังไทย
4)เตรียมความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อมและ Carbon footprint โดย GIT ส่งเสริมนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการให้คำปรึกษาการประเมินและการลด Carbon footprint แก่ผู้ประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมต่อมาตรการการค้าระดับโลกที่เข้มข้นมากขึ้นในอนาคต อาทิ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) จากสหภาพยุโรป
GIT มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการวางรากฐานองค์ความรู้ ส่งเสริมธรรมาภิบาลและสนับสนุนการใช้มาตรฐานสากลเป็นเครื่องมือเชื่อมต่อกับตลาดโลก โดยเฉพาะในยุคที่การค้าระหว่างประเทศเริ่มใช้เกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมและความโปร่งใสเป็นเงื่อนไข
เพื่อให้ SMEs สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในระยะยาว เพิ่มโอกาสในการเพิ่มมูลค่าและสร้างจุดขายที่แตกต่างให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีไทยให้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งทั้งด้านฝีมือและวัฒนธรรม ยกระดับระบบภายในองค์กรและสื่อสารคุณค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะผลักดันอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานกว่า 1 ล้านคน ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในเวทีโลก (ข้อมูล: สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT), เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 21 ตุลาคม 2568

