EV สะเทือน! สวิตเซอร์แลนด์จ่อเก็บภาษีรถไฟฟ้า เริ่มปี 2573
รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์เตรียมเริ่มจัดเก็บ ภาษีเพิ่มเติมจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายในปี 2573 เพื่อชดเชยรายได้ที่สูญเสียจากภาษีน้ำมัน หลังจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้รายได้จาก ภาษี Mineral Oil Tax ที่ใช้บำรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนลดลง
ภาษีใหม่ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนบำรุงรักษาถนน ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยรัฐบาลได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะเกี่ยวกับแนวทางการจัดเก็บภาษี 2 รูปแบบ ได้แก่
(1)ภาษีตามระยะทางที่รถยนต์วิ่งจริง (Distance-based Tax) เป็นการคิดภาษีตามจำนวนกิโลเมตรที่รถวิ่งในแต่ละปี โดยอัตราภาษีจะแปรผันตามน้ำหนักของรถยนต์
(2)ภาษีตามปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จ (Electricity-based Tax) เป็นการจัดเก็บจากปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ในการชาร์จรถ ที่อัตรา 22.8 แรพเพนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (ประมาณ 9 บาท/หน่วย) โดยเก็บภาษีที่สถานีชาร์จไฟฟ้าโดยตรง
แม้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2567 ยังเติบโตสูง โดยเฉพาะใน จีน (+40%) และอเมริกาเหนือ (+9%) แต่ตลาดยุโรปกลับหดตัวราว 3% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี สำหรับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งการจดทะเบียนรถ EV ใหม่ลดลงจาก 21% ในปี 2566 เหลือ 19% ในปี 2567 ขณะที่สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดรวมกันลดลงจาก 30% เหลือ 28%
สาเหตุหลักมาจาก การเริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 หลังได้รับการยกเว้นภาษีมานานกว่า 25 ปี ทำให้ราคารถยนต์ EV โดยเฉลี่ย แพงกว่ารถเบนซินราว 20% ประกอบกับปัญหาในการเข้าถึง จุดชาร์จไฟส่วนตัว แม้สวิตฯ จะมีจุดชาร์จสาธารณะเกือบ 20,000 จุด แต่ส่วนใหญ่ยังไม่รองรับการติดตั้งในอาคารที่พักอาศัยหรือสถานที่ทำงาน
นอกจากนี้ มาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าของสวิตเซอร์แลนด์ยังถูกมองว่าไม่จูงใจเพียงพอ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง นอร์เวย์ ที่มอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษี การอนุญาตให้ใช้ช่องทางพิเศษ (ช่องรถบัส) และสนับสนุนการติดตั้งที่ชาร์จภายในบ้าน ส่งผลให้นอร์เวย์มีสัดส่วนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริดสูงถึง 8 ใน 10 คัน ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์อยู่ที่เพียง 3 ใน 10 คัน ด้วยเหตุนี้ การจัดเก็บภาษีรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเริ่มในปี 2573 จึงอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ ชะลอความต้องการซื้อรถ EV ในสวิตเซอร์แลนด์ ในอนาคต
ที่มา globthailand
วันที่ 31 ตุลาคม 2568

