พัฒนาการนโยบายวิทยาศาตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลของเวียดนาม
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 รัฐบาลเวียดนามประกาศบังคับใช้ กฎหมายหมายเลข 180/2025/ND-CP ว่าด้วยเรื่อง "นโยบายและสิทธิประโยชน์สำหรับโครงการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP)" ในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Science, Technology and Innovation) วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการระดมทรัพยากรจากภาคเอกชน ร่วมกับภาครัฐในการวิจัย พัฒนา และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ดังนี้
1.1)สาขาการลงทุนที่กำหนด ได้แก่ (1) เทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ (2)โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (3)แพล็ตฟอร์มดิจิทัลสาธารณะ (4)การฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์ด้านดิจิทัล ซึ่งรวมถึงกิจกรรม R&D และ (5)กิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น การพัฒนาและขยายระบบมาตรฐาน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานด้าน IP และโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในภาคส่วนต่าง ๆ
1.2)สิทธิประโยชน์ที่ภาคเอกชนจะได้รับ ประกอบด้วย
* สิทธิประโยชน์ทางภาษี: สามารถหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายด้าน R&D ได้สูงสุดถึง 200% จากรายได้เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
* สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน: ได้รับการยกเว้นหรือลดค่าธรรมเนียมการใช้ที่ดิน และได้รับสิทธิประโยชน์การลงทุนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
* สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา: ภาคเอกชนสามารถถือครองลิขสิทธิ์งานวิจัย ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญา
* กลไกรองรับความเสี่ยง: รัฐให้การคุ้มครองความเสี่ยงและรับประกันรายได้จากกิจกรรมวิจัยและนวัตกรรมในช่วง 3 ปีแรกของการดำเนินโครงการ
* การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ: ภาครัฐสามารถสั่งซื้อหรือจัดจ้างผลิตภัณฑ์จากโครงการ PPP เพื่อใช้ในภารกิจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม
* กลไกสนับสนุนพิเศษจากภาครัฐ: รวมถึงการร่วมลงทุน (ภาครัฐลงทุนได้สูงสุด 70%) การจัดสรรทุนวิจัย การแบ่งปันความเสี่ยงด้านรายได้ และการยุติสัญญาก่อนกำหนด
2)การกำหนดผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 นาย Nguyen Chi Dung รองนายกรัฐมนตรีเวียดนาม เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณากำหนดผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่เวียดนามมีศักยภาพในการผลิต เชื่อมโยงกับสิทธิบัตร และสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง
ที่ประชุมได้กำหนดผลิตภัณฑ์เป้าหมาย 6 ประเภท ได้แก่
(2.1) เทคโนโลยีผู้ช่วยเสมือน (Vietnamese Virtual Assistants)
(2.2) เทคโนโลยี 5G
(2.3) กล้อง AI ระบบประมวลผลขอบ (Edge-Processing AI Camera)
(2.4) เทคโนโลยีบล็อกเชน
(2.5) เทคโนโลยีหุ่นยนต์อัตโนมัติ
(2.6) อากาศยานไร้คนขับ (Drone Technology)
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ลำดับที่ (1)–(3) ได้รับการกำหนดให้เป็นผลิตภัณฑ์เป้าหมายหลักในปี 2568
3)การบังคับใช้กฎหมายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวียดนามเตรียมบังคับใช้ กฎหมายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมฉบับใหม่ ถือเป็นการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลครั้งสำคัญของประเทศ โดยกำหนดให้ “นวัตกรรม” มีสถานะเทียบเท่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

พร้อมเปิดกลไก Sandbox เพื่อทดสอบเทคโนโลยีใหม่ ส่งเสริมภาคเอกชนกฎหมายดังกล่าวยังให้อำนาจหน่วยงานท้องถิ่นสามารถจัดตั้ง กองทุนและศูนย์สนับสนุนนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ สร้างฐานข้อมูลระดับชาติ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนของเวียดนาม
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 นาย Nquyen Manh Hung รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม ประกาศว่า ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เวียดนามตั้งเป้าหมายติดอันดับ TOP 30 ดัชนีนวัตกรรมของโลก (Global Innovation Index-Gll) นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเวียดนาม ต้องเป็นนวัตกรรมเพื่อประชาชนทุกคน โดยมี 4 ด้านสำคัญที่ต้องดำเนินการได้แก่
(1) การปรับปรุงสถาบันเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ
(2)การลงทุนเพิ่มในโครงการพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและดิจิทัล (
3) การพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะ
(4) การส่งเสริมนวัตกรรมในภาคธุรกิจ รัฐสนับสนุนทุนวิจัย กลไกว่าจ้างวิจัย และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ใหม่
(ที่มา : สถานกงศุลใหญ่ ณ กรุงฮานอย, เรียบเรียงโดย : ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568

