ออสเตรียเดินหน้าหนุน SME สร้างศักยภาพดิจิทัล-ขยายตลาดสู่ต่างประเทศ
รัฐบาลออสเตรียให้ความสำคัญอย่างมากกับการพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักของประเทศ โดย SME มีสัดส่วนมากถึง ร้อยละ 99 ของบริษัทเอกชนทั้งหมด ในออสเตรีย ครอบคลุมหลากหลายสาขา เช่น การค้าร้อยละ 16 บริการด้านวิชาชีพและเทคนิคร้อยละ 16 บริการสุขภาพและสังคมร้อยละ 12 ธุรกิจที่พักอาศัยและจัดเลี้ยงร้อยละ 8 และธุรกิจก่อสร้างร้อยละ 7 ตามลำดับ
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ โครงการ SME Digital and Green ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2017 เพื่อผลักดันให้ SME ปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 25 ล้านยูโร สนับสนุนแล้วกว่า 25,000 โครงการ และในปี 2024 ได้เพิ่มงบประมาณอีก 35 ล้านยูโร สำหรับช่วงปี 2024–2026 เพื่อส่งเสริมการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดออนไลน์ และการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงทางไซเบอร์

ซึ่งโครงการดังกล่าวแบ่งการดำเนินงานเป็นสองส่วน ได้แก่
1)การให้คำปรึกษา โดยสภาหอการค้าออสเตรีย (WKO) ครอบคลุมการวิเคราะห์ศักยภาพและการวางกลยุทธ์ธุรกิจ
2)การนำไปปฏิบัติ โดยธนาคาร Austria Business Service ที่ให้การสนับสนุนทางการเงินและเทคนิค ตัวอย่างเช่น การนำระบบ AI Assistant มาใช้ในองค์กรเพื่อลดการใช้กระดาษและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
นอกจากนี้ WKO ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน SME อย่างรอบด้าน โดยมีสมาชิกเป็นธุรกิจทุกแห่งที่จดทะเบียนตามกฎหมายในออสเตรีย และมีสำนักงานในต่างประเทศกว่า 70 แห่ง เพื่อช่วยเหลือ SME ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งด้านกฎหมาย การวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงการขยายตลาดต่างประเทศ
อีกหนึ่งในโครงการสำคัญของ WKO คือ Go-International ซึ่งมุ่งสนับสนุน SME ในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ ผ่านการช่วยเหลือด้านบริการและเงินทุน เช่น การแปลภาษา การสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อหาคู่ค้าใหม่ การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การค้ำประกันการส่งออก และการให้เงินกู้เสริมสภาพคล่อง
ทั้งนี้ ยังมีกองทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา โดยทุกการลงทุน 1 ยูโรในด้าน R&D ผู้ประกอบการจะได้รับเงินคืนร้อยละ 14
ด้วยมาตรการเหล่านี้ ออสเตรียจึงถือเป็นตัวอย่างประเทศที่มีระบบสนับสนุน SME อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและระดับโลก (ข้อมูล : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568

