รายได้เที่ยวไทย 9 เดือนฟื้นตัวแข็งแกร่ง มาเลย์ตลาด No.1 เริ่มแผ่ว-คู่แข่งมาแรง
ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวแข็งแกร่ง เผย 9 เดือนแรกสร้างรายได้รวมแล้ว 1.97 ล้านบาท กรุงเทพฯ ยังครองแชมป์จังหวัดสร้างรายได้สูงสุด ชี้มาเลเซียตลาดอันดับ 1 สัญญาณเริ่มแผ่ว เหตุประเทศคู่แข่งในภูมิภาคมาแรง ขณะไทยโครงสร้างพื้นฐานยังไม่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมุสลิม
นางสาววาริธร ศิริสัตยะวงศ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) เปิดเผยว่า จากข้อมูลของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่สรุปสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-กันยายน) นั้น ได้ยืนยันการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง โดยสามารถสร้างรายได้รวมจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและตลาดในประเทศได้สูงถึง 1.97 ล้านล้านบาท
สถิติ 9 ฟื้นตัวเกือบปกติ :
นางสาววาริธรกล่าวว่า ข้อมูล ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวของไทยมีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Inbound) ซึ่งมีจำนวนสะสมรวม 24.11 ล้านคน และสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไปแล้ว 1.11 ล้านล้านบาท ขณะที่ตลาดในประเทศยังคงคึกคักต่อเนื่อง
โดยมีจำนวนครั้งการเดินทางของคนไทยสะสมรวม 149 ล้านทริป เพิ่มขึ้นถึง +3.40% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสร้างรายได้ในประเทศรวม 0.86 ล้านล้านบาท หากพิจารณาจากอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) ทั่วประเทศในช่วงเวลาเดียวกันนี้อยู่ที่ 70.87% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจโรงแรมและที่พักได้กลับมาดำเนินงานในระดับใกล้เคียงภาวะปกติแล้ว
มาเลเซียขึ้น No.1 แซงจีน :
ทั้งนี้ จากการจัดอันดับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรก พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยมาเลเซียแซงหน้าจีน ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ประกอบด้วย มาเลเซีย 3.47 ล้านคน, จีน 3.41 ล้านคน, อินเดีย 1.77 ล้านคน, สหพันธรัฐรัสเซีย 1.27 ล้านคน และสาธารณรัฐเกาหลี 1.13 ล้านคน
ในด้านพื้นที่ทำเงินนั้น กรุงเทพฯ ยังคงครองแชมป์จังหวัดที่สร้างรายได้สูงสุด ทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย ตามด้วยหัวเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง ชลบุรี, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ขณะที่จังหวัดที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ (22.49 ล้านคน/ครั้ง), ชลบุรี (12.78 ล้านคน/ครั้ง), กาญจนบุรี (10.82 ล้านคน/ครั้ง), ประจวบคีรีขันธ์ (8.00 ล้านคน/ครั้ง) และเพชรบุรี (7.92 ล้านคน/ครั้ง)
“มาเลเซีย” สัญญาณเริ่มแผ่ว :
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงสัญญาณเตือนในตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซียด้วยว่า คาดการณ์ว่าในปี 2568 (ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2568) จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางมาไทยจะลดลง 7% จากปีก่อน หรืออยู่ที่ประมาณ 4.60 ล้านคน และการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของชาวมาเลเซียในไทยจะลดลง 8% คิดเป็นมูลค่ารวมถึง 96,100 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีมูลค่า 104,938 ล้านบาท
โดยสัญญาณการหดตัวในตลาดมาเลเซียเริ่มมีให้เห็นแล้ว โดยข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม-5 ตุลาคม 2568 แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวมาเลเซียเที่ยวไทยลดลงถึง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องมาแล้ว 8 เดือนติด
โครงสร้างรองรับมุสลิมไทยต่ำ :
ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยฯ วิเคราะห์ถึงปัจจัยหลักที่ทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดมาเลเซีย ประกอบด้วย การแข่งขันที่รุนแรงในภูมิภาค ทำให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางไปประเทศอื่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ที่เติบโตสูงถึง 16%, เวียดนาม เติบโต 7% และญี่ปุ่น เติบโตแรงถึง 31%
รวมทั้งการขาดความน่าดึงดูดใจในการรองรับมุสลิม แม้มาเลเซียจะเป็นตลาดมุสลิมขนาดใหญ่ แต่ไทยยังมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมุสลิมได้ไม่เท่าประเทศคู่แข่ง เช่น การรับรองสถานที่ละหมาด หรือร้านอาหารฮาลาล
นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของราคาและความคุ้มค่า นักท่องเที่ยวมาเลเซียมองว่าราคาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวในไทยปรับตัวสูงขึ้น และเริ่มเปรียบเทียบความคุ้มค่ากับประเทศอื่น ส่วนปัญหาความปลอดภัยและความไม่สงบ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังคงส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมการเดินทางทางบก ซึ่งนักท่องเที่ยวมาเลเซียกว่า 80% เลือกใช้ช่องทางนี้
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568

