Bale Homewares บุกตลาดหรูสหรัฐฯ ดันเฟอร์นิเจอร์งานไม้สู่โครงการโรงแรม-บ้านระดับไฮเอนด์ เปิดโอกาสทองให้ผู้ผลิตไทย
แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสัญชาติอินโดนีเซีย Bale Homewares ซึ่งมีชื่อเสียงด้านงานไม้และงานฝีมือ เผยแผนขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดด้านการบริการในสหรัฐอเมริกา โดยเตรียมพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ทั้งที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าโรงแรม ร้านอาหาร และบ้านระดับไฮเอนด์ ภายใต้แนวคิด “one-stop furnishing solution” ที่รวมครบตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ งานไฟฟ้า หลังคา ไปจนถึงการตกแต่งภายใน
Bale เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงโควิด-19 ด้วยการขยายสู่ธุรกิจ เฟอร์นิเจอร์ไม้สักแบบ Handmade ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมทั่วโลก รวมถึงมีผลงานร่วมกับเชฟชื่อดังอย่าง Jose Andres และ Cedric Vongerichten บริษัทได้รับงานโครงการมูลค่าหลักแสนดอลลาร์สหรัฐ พร้อมจับมือพันธมิตรในอุตสาหกรรมโรงแรมและร้านอาหารหลายแห่ง สะท้อนศักยภาพในการบริหารงานโครงการระดับสากล ทั้งนี้ Bale ยังคงยึดแนวทาง เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการรักษาคุณภาพงานฝีมือและให้บริการออกแบบตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า (Customization)

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บ ภาษีนำเข้าใหม่ภายใต้มาตรา 232 สำหรับไม้เนื้ออ่อน เฟอร์นิเจอร์ไม้หุ้มเบาะ และตู้ครัว ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป จะส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง IKEA ถึงกับต้องปรับขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ ทำให้ผู้บริโภคสหรัฐฯ ต้องจ่ายในราคาที่แพงกว่าเดิม
ในอีกมุมหนึ่ง สถานการณ์ดังกล่าวกลับกลายเป็น “โอกาสทองของผู้ประกอบการไทย” เนื่องจากตลาดเฟอร์นิเจอร์ในสหรัฐฯ ยังคงเติบโตและต้องการสินค้าที่มีคุณภาพจากวัสดุธรรมชาติ ผู้ประกอบการไทยมีความโดดเด่นด้านงานไม้และหัตถกรรม สามารถแข่งขันกับแบรนด์ Bale ได้
หากมุ่งสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง รักษามาตรฐานคุณภาพ และร่วมมือกับดีไซเนอร์หรือสถาปนิกในสหรัฐฯ เพื่อขยายช่องทางจำหน่าย อาทิ ผ่านตัวแทนนำเข้า โชว์รูมในต่างประเทศ หรือการเข้าร่วมงานแสดงเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก เช่น High Point Market (North Carolina), ICFF (New York) และ NeoCon (Chicago) ซึ่งจะช่วยเปิดประตูสู่ตลาดระดับพรีเมียมได้อย่างมีศักยภาพ (ข้อมูล: สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568

