อินเดียฟิตจัดขยายหลักสูตรเอไอไปถึง นร. 8 ขวบ
อินเดียเตรียมขยายหลักสูตรเอไอให้เด็กต่ำสุดอายุ 8 ขวบ เริ่มกลางปี 2026 ขยายจากกลุ่มเป้าหมายปัจจุบันนักเรียนอายุ 11-17 ปี ส่วนหนึ่งของความพยายามสอนเอไอให้เป็นทักษะพื้นฐานของทุกคน แต่ผู้เชี่ยวชาญไม่แน่ใจต่อการฝึกอบรมของครู และการขาดแคลนฮาร์ดแวร์
เว็บไซต์นิกเคอิเอเชียรายงาน ปลายเดือนก่อนกระทรวงศึกษาธิการอินเดียแถลงว่า การศึกษาเอไอ “จะถูกปลูกฝังอย่างลึกซึ้งตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน เริ่มตั้งแต่เกรด 3” ในปีหน้า ส่วนคุณครู รัฐบาลจะเตรียม “สื่อการเรียนรู้ คู่มือ และแหล่งข้อมูลดิจิทัลภายในเดือน ธ.ค.2568”
ทั้งนี้ รัฐบาลเอไอบรรจุการเรียนการสอนเอไอไว้ในหลักสูตรตั้งแต่ปี 2020 ส่วนหนึ่งของนโยบายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ควบคู่ไปกับ “วิชาร่วมสมัย” อื่นๆ เช่น การศึกษาสิ่งแวดล้อม ตามถ้อยแถลงต่อสภาในเดือน ส.ค. ของสุคันตา มาจุมดาร์ รัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการระบุว่า โรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชนจำนวนหนึ่งใช้คู่มือหลักสูตรของรัฐบาล ปัจจุบันสอนทักษะเอไอ 15 ชั่วโมงให้กับนักเรียนเกรด 6-8 (มัธยมต้น) และสอนวิชาเลือกเกี่ยวกับเอไอให้กับนักเรียนเกรด 9-12 (มัธยมปลาย)
หลักสูตรใหม่ขยายการศึกษาเอไอไปจนถึงชั้นประถม (เกรด 3-5) หรือเด็กอายุ 8-10 ขวบ โดยในปีการศึกษา 2024-2025 มีจำนวน 66 ล้านคน คาดว่ายอดรวมเด็กที่เรียนเรื่องเอไอรวมในโรงเรียนมัธยมต้นและปลายด้วยจะทะลุเกือบ 200 ล้านคนภายในปี 2026
นโยบายใหม่ด้านการศึกษาในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกถูกผู้เชี่ยวชาญมองทั้งบวกและลบ
“เนื่องจากเครื่องมือเอไอหลายตัวฟรี การตระหนักรู้และฝึกอบรมที่ถูกต้องสามารถช่วยนักเรียนใช้เอไอได้อย่างมีผลิตภาพ” อักษัย มาเชลการ์ ผู้ก่อตั้งและประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ศูนย์วิจัยการศึกษา Experimind Labs กล่าวกับนิกเคอิเอเชีย
ผู้เชี่ยวชาญรายนี้กล่าวต่อไปว่า แม้นักเรียนหลายคนได้ประโยชน์ภาระที่ตกแก่ครูก็สำคัญ แม้รัฐบาลมีแผนจัดหาวีดีโอช่วยสอน แต่มาเชลการ์มองว่า ครูหลายคน “ยังใช้เครื่องมือพื้นฐานไม่คล่อง ดังนั้นการคาดหวังให้ครูสอนเอไอได้ในชั่วข้ามคืนย่อมเป็นเรื่องเกินจริง”
คนอื่นๆ แสดงความกังวลถึงประสิทธิผลของโครงการสอนเอไอ
“ความแตกต่างด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นอุปสรรคต่อการใช้หลักสูตรเอไอภาคบังคับ โรงเรียนในชนบทหลายโรงห้องคอมพิวเตอร์ห้องเดียวต้องใช้ร่วมกันหลายระดับชั้น” ศรีนิธี อาร์ เอส ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัทเทคโนโลยีการศึกษา เชอร์ริเลิร์น ให้ความเห็น
ตามรายงานของกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนอินเดีย 63% มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, 65% มีคอมพิวเตอร์ และ 58% ของคอมพิวเตอร์เหล่านี้ใช้การได้ นี่หมายความว่ารัฐบาลจะต้องจัดหาอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนอีกกว่าหนึ่งในสามของประเทศ
นอกจากนี้ยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างรัฐ โรงเรียนรัฐบาลในรัฐมัธยประเทศ ที่ปีการศึกษาก่อนโรงเรียนเพียง 35.3% เท่านั้นที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต ช่วงเที่ยงซึ่งเป็นช่วงเดียวที่ต่อไวไฟได้ เด็กๆ ต่างมารุมล้อมคอมพิวเตอร์ตัวเดียวที่ใช้การได้
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญกังวลด้วยว่า นโยบายอาจไม่ตอบสนองความต้องการของนักเรียน “คำถามใหญ่กว่านั้นไม่ได้อยู่ที่การนำเอไอเข้าไปในโรงเรียน แต่หลักสูตรนี้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาอินเดียในวงกว้างอย่างไร การเรียนในห้องเรียนอินเดียมาจากการท่องจำเป็นหลัก ซึ่งเป็นไปตามที่สังคมเห็นชอบ การศึกษาคือการทำคะแนนสอบได้ดี“ ยามินี ไอยาร์ อดีตประธานและซีอีโอกลุ่มคลังสมอง “ศูนย์วิจัยนโยบาย” กล่าว
ไอยาร์แย้งว่า ถ้าไม่เลิกเรียนรู้แบบท่องจำ การเรียนรู้เอไอเสี่ยงไปส่งเสริมระบบเดิมที่ต้องปฏิรูปได้แล้ว ทักษะสำคัญที่สุดที่ต้องส่งต่อให้คนรุ่นหลังคือการคิดวิเคราะห์ “คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลที่ได้ไม่เป็นเท็จ” เธอกล่าว หมายถึงแนวโน้มที่โมเดลเอไอให้ข้อมูลเท็จแล้วบอกว่าเป็นข้อเท็จจริง
“มีแต่ความสามารถของคุณเท่านั้นที่จะตั้งคำถามกับมันได้” ไอยาร์ย้ำ
“การศึกษาด้านเอไอในระดับพื้นฐานควรเป็นเชิงประสบการณ์ เชิงสัญชาตญาณ และมีความเกี่ยวข้องกับบริบท มากกว่าจะเป็นเชิงนามธรรมหรือเชิงเทคนิค สำหรับนักเรียนระดับชั้นต้นๆสามารถทำได้โดยใช้กิจกรรมเกม เรื่องราว และภาพประกอบที่สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมของนักเรียน เช่น ผู้ช่วยเสียง แอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศ หรือเครื่องมือแปลภาษา” ประวีณ มกปาตี ผู้อำนวยการฝ่ายเอไอ สมาคมบริษัทไอทีอินเดียแนะนำ
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568

