ญี่ปุ่น เจอโจทย์ใหม่ "โอเวอร์ทัวริซึ่ม" นทท.ทะลัก 31 ล้านคน
ญี่ปุ่นต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 31 ล้านคนใน 9 เดือนแรกของปี 2025 สัญญาณฟื้นตัวท่องเที่ยว กับโจทย์ใหม่ "โอเวอร์ทัวริซึ่ม"
แดนปลาดิบกลับมาเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวโลกอีกครั้งในปี 2025 หลังจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ผ่านไปไม่ถึงสามปี ข้อมูลจากรัฐบาลญี่ปุ่นและองค์การการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน 2025 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศรวมกว่า 31.65 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
นี่เป็นตัวเลขที่เติบโตเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ และถือเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นสามารถทะลุหลัก 30 ล้านคนได้ภายในเวลาไม่ถึงปี ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้จำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งสูง คือ ค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลง ซึ่งช่วยให้การเดินทางและการช็อปปิ้งในญี่ปุ่นมีราคาถูกลงสำหรับชาวต่างชาติ รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ
จากข้อมูลของ JNTO นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายในญี่ปุ่นรวมกว่า 6.9 ล้านล้านเยน (ราว 59,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี ทั้งในด้านที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง และการช็อปปิ้ง ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมา
รายจ่ายเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 219,428 เยนต่อคน ลดลงเพียง 0.2% จากปีก่อนหน้า แม้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยลดลงเล็กน้อย แต่จำนวนผู้เดินทางที่เพิ่มขึ้นมากทำให้รายได้รวมยังคงพุ่งทะลุสถิติเดิม โดยนักท่องเที่ยวเยอรมันครองแชมป์การใช้จ่ายสูงสุดต่อหัวที่ 435,512 เยน รองลงมาคือ ชาวอังกฤษ 360,054 เยน และชาวสเปน 354,793 เยน
กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากที่สุดในปีนี้มาจาก ประเทศจีน กว่า 7.49 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 42.7% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงพลังการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่กลับมาครึกครื้นอีกครั้งหลังช่วงโควิด
เกาหลีใต้ ตามมาเป็นอันดับสองด้วย 6.79 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5% และไต้หวัน อยู่อันดับสามที่ 5.04 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9.8% นักท่องเที่ยวจากประเทศในเอเชียตะวันออกทั้งหมดรวมกันคิดเป็นกว่า 65% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด
เฉพาะเดือนกันยายนเพียงเดือนเดียว มีนักท่องเที่ยวราว 3.27 ล้านคน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นมียอดผู้มาเยือนเกิน 3 ล้านคนในเดือนกันยายน แม้ช่วงต้นปีจะมีข่าวลือเกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในญี่ปุ่นจนทำให้การท่องเที่ยวชะลอตัวชั่วคราว แต่ยอดผู้เดินทางกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้งในเดือนสิงหาคมและกันยายน
โอเวอร์ทัวริซึ่ม :
แม้จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวจะสร้างความคึกคักให้เศรษฐกิจ แต่ “โอเวอร์ทัวริซึ่ม” หรือการท่องเที่ยวล้นเกินได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวอย่างโตเกียว เกียวโต โอซากา และฟูจิซัง
ปัญหาที่เกิดขึ้นครอบคลุมตั้งแต่ความแออัดในระบบขนส่งสาธารณะ ขยะที่เพิ่มขึ้น มารยาทของนักท่องเที่ยว ไปจนถึงเสียงดังรบกวน ชาวบ้านในหลายพื้นที่เริ่มแสดงความไม่พอใจต่อกระแสนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามา
ผลสำรวจของบริษัท One ในเดือนกรกฎาคม พบว่า 62% ของชาวญี่ปุ่นมีทัศนคติด้านลบต่อการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยให้เหตุผลหลักเรื่อง “มารยาทที่ไม่เหมาะสม” และ “ความปลอดภัยสาธารณะ”
นโยบายรัฐบาล :
รัฐบาลและองค์กรท้องถิ่นหลายแห่งเริ่มออกมาตรการเพื่อลดความตึงเครียด เช่น การติดตั้ง ป้ายสัญลักษณ์ (Pictogram) เพื่อสื่อสารมารยาทพื้นฐาน เช่น วิธีทิ้งขยะ หรือข้อห้ามในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ให้เข้าใจง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ศาสตราจารย์ โยชิฮิโระ ซาทากิ จากมหาวิทยาลัยโจไซ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การสื่อสารวัฒนธรรมและกฎระเบียบของญี่ปุ่นในเชิงสร้างสรรค์” เพื่อให้ชาวต่างชาติไม่เพียงมาเที่ยว แต่ยังเข้าใจและเคารพความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
ภายในปี 2030 :
รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ถึง 60 ล้านคน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 15 ล้านล้านเยน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายนี้จะบรรลุได้ก็ต่อเมื่อญี่ปุ่นสามารถจัดการกับผลกระทบจากการเติบโตของการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชน และวัฒนธรรม
ที่มา ประชาขาติธุรกิจ
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568

