ททท. ต่อยอดกระแสบวก หนุน "จีนเที่ยวไทย" ฟื้น ระดมแคมเปญเจาะกรุ๊ปทัวร์-กลุ่ม FIT
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13-17 พ.ย. 2568 ตามคำทูลเชิญของ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้รับการตอบรับเชิงบวกเป็นอย่างมากจากทั้งสื่อหลักและประชาชนจีนซึ่งสะท้อนความคิดเห็นบนโลกออนไลน์
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า จากการติดตามกระแสสื่อและความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ในประเทศจีนของสำนักงาน ททท. ทั้ง 5 แห่งในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู กว่างโจว และคุนหมิง พบว่าข่าวการเสด็จฯ เยือนจีนของในหลวงและพระราชินี ได้รับการตอบรับเชิงบวกเป็นอย่างมากจากทั้งสื่อหลักและประชาชนจีน ทั้งในเชิงภาพลักษณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความคาดหวังด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในหมู่ประชาชนจีน นับเป็นโอกาสสำคัญยิ่งของ ททท. และภาครัฐของประเทศไทยในการขับเคลื่อนฟื้นฟูตลาดนักท่องเที่ยวจีนต่อจากนี้
โดย ททท.เตรียมจัด 4 กิจกรรมกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีน ได้แก่
(1)นำเสนอแคมเปญประชาสัมพันธ์ “จงไท่อี้เจียซิน” (จีนไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน) ผ่านคอนเทนต์เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทย-จีน ชุมชนไทย-จีน อาหารไทยที่มีรากฐานจากจีน และการแต่งกายชุดไทย ผ้าไทย
(2)การจัดโปรโมชันตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่พัก เพื่อเสนอขายแก่นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ร่วมกับแพลตฟอร์มจองสินค้าท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA: Online Travel Agents)
(3)การทำโปรโมชันแพ็กเกจท่องเที่ยวภายใต้แคมเปญ จงไท่อี้เจียซิน ร่วมกับบริษัททัวร์ในจีน ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน 2569 ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวที่จะมีนักท่องเที่ยวจีนออกเดินทางจำนวนมาก และ
(4)การทำแพ็กเกจเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง นำเที่ยวชุมชนสัมพันธ์ไทย-จีน ร่วมกับสมาคมท่องเที่ยวต่างๆ อาทิ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ด้วยการให้บริษัทจัดการจุดหมายปลายทาง (DMC: Destination Management Company) ในไทย จัดทำเส้นทางใหม่ๆ เช่น เส้นทางตลาดน้อย-ตลาดพลู-เยาวราช ในกรุงเทพฯ, เส้นทางชุมชนซากแง้ว ชลบุรี, เส้นทางจันทบุรี, เส้นทางเมืองเก่าในนครสวรรค์ กับภูเก็ต และเส้นทางเมืองสร้างสรรค์ น่าน และสุพรรณบุรี เป็นต้น
อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า จากกระแสเชิงบวกบนโลกออนไลน์ของจีนเกี่ยวกับ “ในหลวงและพระราชินีเสด็จฯ เยือนจีน” โดยมี “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน จัดพิธีต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี ทั้งนี้ “ผ้าไทย” และ “อาหารไทย” ได้รับการกล่าวถึงบนโลกออนไลน์อย่างมาก มีการไลฟ์ขายผ้าไทย 24 ชั่วโมงบน TikTok
ขณะเดียวกันทาง “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน ได้ให้ความเคารพและเป็นมิตรต่อพระมหากษัตริย์ไทย ถือเป็นกระแสที่ดีอย่างมาก ได้ใจชาวจีน เรียกได้ว่ามุมมองเชิงลบของชาวจีนที่มีต่อประเทศไทยก่อนหน้านี้ได้หายไปหมด มีแต่มุมมองเชิงบวกในทุกแพลตฟอร์มของจีน
นอกจากนี้ สมาคมฯ มองว่าประเทศไทยน่าจะได้อานิสงส์บวกจาก “กรณีพิพาทจีนกับญี่ปุ่น” ทำให้ “นักท่องเที่ยวจีน” หันมาเที่ยวไทยแทน เพราะย้อนไปเมื่อราวปี 2560 ที่ชาวจีนลุกขึ้นมาประท้วงญี่ปุ่นทั้งประเทศ ตอนนั้นกระแสต่อต้านแรงมาก ยกเลิกการเดินทางเข้าญี่ปุ่นแล้วมาเที่ยวไทย แต่ปีนั้นท่องเที่ยวไทยเป็น “พระเอก” ต่างจากสถานการณ์ปัจจุบันที่เริ่มมีคู่แข่งหลายประเทศเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาด ซึ่งประเมินว่าอย่างไรประเทศไทยก็น่าจะได้อานิสงส์ตรงนี้อยู่บ้าง
“ตอนนี้มีไทยกับเวียดนามท้าชิงฐานนักท่องเที่ยวจีนกัน แต่จากฟีดแบ็กล่าสุดพบว่า แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยจะลดลงก็จริง แต่เอเย่นต์ทัวร์ที่เคยขายแพ็กเกจเที่ยวไทยแล้วย้ายไปขายแพ็กเกจเที่ยวเวียดนามในช่วงที่ผ่านมา เขาพูดมาว่านักท่องเที่ยวไม่ค่อยเดินทางซ้ำ ต่างจากตอนขายแพ็กเกจเที่ยวไทยมาเป็นสิบปี ลูกค้าเดินทางซ้ำตลอด”
การเสด็จฯ เยือนจีนของในหลวงและพระราชินี ระหว่างวันที่ 13-17 พ.ย. ตรงกับช่วงเข้าฤดูหนาว คนในพื้นที่ทางตอนเหนือของจีนเริ่มวางแผนล่วงหน้าก่อนเดินทางหนีหนาว 2-4 สัปดาห์ จึงน่าจะได้ลูกค้ากลุ่มนี้เข้ามา เมื่อลูกค้าเริ่มไหลเข้าไทย หนุนให้ราคาตั๋วเครื่องบินเริ่มสูงขึ้นตามแรงดีมานด์ จากเฉลี่ย 700-800 หยวน (ราว 3,200-3,700 บาท) ต่อเที่ยวบิน เพิ่มเป็น 1,400 หยวน (6,400 บาท) ต่อเที่ยวบิน นอกจากนี้เอเย่นต์ทัวร์จีนก็น่าจะปรับแผนทำเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เปลี่ยนเดสติเนชันจากญี่ปุ่นเข้าไทยมากขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2569
“กระแสเชิงบวกบนโลกออนไลน์ของในหลวงและพระราชินีเสด็จฯ เยือนจีน กับกรณีพิพาทจีนกับญี่ปุ่น จะเป็นแรงบวกสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดจองการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนทั้งตลาดกรุ๊ปทัวร์และกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที) หลังเอเย่นต์ทัวร์กล้าเข้ามาช้อนที่นั่งโดยสารเที่ยวบินเช่าเหมาลำไปขายต่อ โดยน่าจะเห็นยอดจองเพิ่มขึ้นชัดเจนตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป
ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า “คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้จะเพิ่มเป็น 20,000-25,000 คนต่อวัน จากปัจจุบันเดินทางเข้าเฉลี่ย 10,000 คนต่อวัน หนุนยอดนักท่องเที่ยวจีนมาไทยในปีนี้แตะ 5 ล้านคน”
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568

