xAI "อีลอน มัสก์" จับมือ Nvidia และซาอุฯ ตั้งศูนย์ข้อมูล AI ใหญ่ที่สุดของโลก
อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกขยับครั้งใหญ่ เมื่อ xAI ของ อีลอน มัสก์ จับมือ NVIDIA และ Humain บริษัท AI ที่หนุนโดยรัฐซาอุดีอาระเบีย เดินหน้าโครงการศูนย์ข้อมูล AI กำลังไฟมหาศาลในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งถูกวางหมุดหมายให้เป็นฐานประมวลผลนอกสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดของ xAI และหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ทรงพลังที่สุดของโลก พร้อมกันนั้น อีลอน มัสก์ ยังโพสต์ชมเชยโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า “ขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์สำหรับทุกสิ่งที่เขาได้ทำเพื่ออเมริกาและโลก” ด้วย
รายงานจาก New York Post ระบุว่าโครงการนี้จะกลายเป็นศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ที่สุดของ xAI ที่ตั้งนอกสหรัฐ และเป็นหนึ่งในไซต์ประมวลผล AI ที่ใหญ่ที่สุดของโลกด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 500 เมกะวัตต์
มีเป้าหมายการขยายโครงสร้างพื้นฐานของ xAI และยุทธศาสตร์ของซาอุดีอาระเบียที่ต้องการขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม AI ระดับโลก โดยมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน เดินหน้าปรับภาพลักษณ์ประเทศจาก “ผู้ส่งออกน้ำมัน” ไปสู่ฐานพลังงานและศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งต้องใช้กำลังไฟมหาศาลเพื่อรองรับการเติบโตของโมเดล AI รุ่นใหม่

ในงาน US-Saudi Investment Forum มีผู้นำวงการเทคโนโลยีเข้าร่วมจำนวนมาก ซึ่ง อีลอน มัสก์ และเจนเซ่น หวง ซีอีโอของ Nvidia ได้ปรากฏตัวร่วมกับผู้นำซาอุฯ ต่อสาธารณะ พร้อมประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ครั้งนี้ โดยในสัญญาระบุว่า xAI จะนำโมเดล Grok ซึ่งเป็นแชตบอตหลักของบริษัทไปปรับใช้ทั่วราชอาณาจักรซาอุฯ
แม้คู่สัญญาจะไม่เปิดเผยมูลค่าดีล แต่รายงานของ New York Times และสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้เตรียมการมาหลายเดือนและเคยถูกชะลอจากการควบคุมการส่งออกชิป AI ของสหรัฐ ไปยังตะวันออกกลาง ก่อนที่สหรัฐจะส่งสัญญาณผ่อนปรนในช่วงการเยือนกรุงวอชิงตันของมกุฎราชกุมารซาอุฯ
ศูนย์ข้อมูลใหม่จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่ Humain ตั้งเป้าพัฒนากำลังผลิตด้าน AI ให้ได้ 1 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 ขณะที่บริษัทเพิ่งประกาศจับมือกับ Cisco และ AMD เสริมศักยภาพเครือข่ายประมวลผลในภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าซาอุดีอาระเบียต้องการการรองรับงานประมวลผล AI ของโลกมากถึง 6% ในอนาคตอันใกล้
การขยายศูนย์ข้อมูลมูลค่ามหาศาลครั้งนี้ยังตอกย้ำความเร่งด่วนของอีลอน มัสก์ ในการเพิ่มขีดความสามารถด้านกำลังการประมวลผล หลังจากเร่งสร้าง ‘Colossus’ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี เพื่อแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่อย่าง OpenAI, Google DeepMind และ Anthropic ความร่วมมือกับซาอุฯ ช่วยให้มัสก์เข้าถึงแหล่งพลังงานราคาต่ำ ที่ดินขนาดใหญ่ และงบฯลงทุนระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการแข่งขันในสนาม AI
ล่าสุด อีลอนมัสก์โพสต์ข้อความบน X ชื่นชม โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ พร้อมภาพขณะยืนอยู่ท่ามกลางผู้นำซาอุฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของวอชิงตัน
ในโพสต์กล่าวว่า “I would like to thank President Trump for all he has done for America and the world” หรือ “ผมอยากขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ สำหรับทุกสิ่งที่เขาได้ทำเพื่ออเมริกาและโลกใบนี้” โดยโพสต์ดังกล่าวเป็นภาพชุดที่มัสก์ยืนเคียงข้างเจ้าชายซาอุดีอาระเบีย กลุ่มผู้นำด้านความมั่นคง และโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะพบปะกันในงานระดับสูง
ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียเองก็ให้การสนับสนุนอีลอนมัสก์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ร่วมลงทุนในดีลซื้อ Twitter มูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อปี 2022 ในงานเลี้ยงประจำการเยือนสหรัฐ ล่าสุดมัสก์และผู้นำบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายราย ต่างเข้าร่วมโต๊ะดินเนอร์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และมกุฎราชกุมารซาอุฯ ที่ทำเนียบขาว เป็นสัญลักษณ์สำคัญของความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างวอชิงตัน-ริยาด
จากนี้การแข่งขันด้าน AI จะไม่ได้อยู่แค่ในซิลิคอนแวลลีย์อีกต่อไป แต่ขยายตัวสู่ตะวันออกกลางที่มีทั้งทุนทรัพย์ พลังงาน และวิสัยทัศน์ระยะยาว ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น OpenAI, Anthropic หรือ Google ต่างหันมาใช้พันธมิตรจากตะวันออกกลางในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ต้องใช้เมกะโปรเจ็กต์ระดับมหาภาคในการผลักดัน
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568

