ททท.บูม "ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ" อวด "สปาไทย" คว้ารางวัล "TTA 2025"
ภาคการท่องเที่ยวไทยในยุคปัจจุบัน เผชิญความท้าทายมากขึ้น หลังคู่แข่งในหลายประเทศ มีความได้เปรียบ ทั้งความสดใหม่ โครงสร้างพื้นฐานที่สะดวก และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่เอื้ออำนวยมากกว่า
“ประเทศไทย” จึงต้องเร่งดึงจุดแข็งของภาคการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพในการเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น ซึ่ง “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” หรือ Wellness Tourism เป็นหนึ่งในจุดแข็งที่ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ วัดจากภาพรวมตลาดที่ยังเติบโตต่อเนื่องทุกปี
จากข้อมูลสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพรวม 92,813 ราย ประมาณการรายได้กว่า 6.7 แสนล้านบาท จาก 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการสุขภาพโดยตรง และกลุ่มธุรกิจทางอ้อม
โดยเฉพาะ “ธุรกิจสปา” เพื่อสุขภาพ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเพิ่มขึ้น ไม่ว่าบริการนวดน้ำมันหรือนวดแผนไทย ไปจนถึงการสครับผิว ดีท็อกซ์
เพื่อตอกย้ำด้านคุณภาพ ล่าสุดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้จัดทำรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เป็นรางวัลเชิดชูผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่มีคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอย่างยอดเยี่ยม รวมถึงมุ่งสู่ความยั่งยืน เพื่อยกระดับ พัฒนา สร้างคุณค่า และมูลค่าของสินค้าทางการท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล
โดยมี 5 ประเภทรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 ซึ่งประเภทของรางวัลที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพก็ตรงตามชื่อ คือ รางวัล TTA 2025 ประเภทการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยมีสาขาเดย์สปาที่ได้รางวัล ได้แก่ 1.รางวัลยอดเยี่ยม เล็ทส์ รีแล็กซ์ สปา ทองหล่อ และ 2.รางวัลดีเด่น คือ บาว่า สปา ออน ดิ เอท และ ดีวานา เนอเซอร์ สปา
ณรัล วิวรรธนไกร กรรมการบริหาร บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการร้านเล็ทส์ รีแล็กซ์ สปา ทองหล่อ กล่าวว่า การให้บริการของที่ร้านเป็นการผสมผสานระหว่างศาสตร์จากญี่ปุ่น อย่างการแช่ออนเซ็นเข้ากับศาสตร์ของไทยในเรื่องการนวด รวมถึงหยิบของดีอย่างสมุนไพรไทยเข้ามาผสมผสานกันในแบบฉบับของตัวเอง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ในไทยสามารถแช่ออนเซ็นตามวัฒนธรรมของประเทศต้นทางได้ และเมื่อแช่เสร็จก็นวดเสริมเพิ่มความผ่อนคลายได้มากขึ้น
“เราทำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีโรงเรียนพัฒนาบุคลากรเอง เปิดเป็นโรงเรียนสอนนวดแผนไทยและสปา ที่มีความรู้ด้านเทคนิคการนวดและระบบต่างๆ ส่วนสมุนไพรเราสนับสนุนของชุมชนและร่วมมือกับมูลนิธิชัยพัฒนา นำน้ำมันเมล็ดชามาผสมผสานกับน้ำมันอโรมาใช้กับลูกค้าด้วย การที่เราได้รับรางวัลนี้เป็นการยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล ทำธุรกิจนี้มา 26 ปี เป็นเจ้าแรกที่เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปรียบเป็นตัวแทนเอสเอ็มอีที่เข้าสู่สากลมากขึ้น โดยมีเป้าหมายจะก้าวขึ้นจากผู้นำธุรกิจสปาเป็นผู้นำธุรกิจเวลเนส” ณรัลกล่าว
ด้าน กฤษณา เรืองศรี เจ้าของและผู้จัดการทั่วไป บาว่า สปา ออน ดิ เอท สุขุมวิท ซอย 8 กล่าวว่า การได้รับรางวัลครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญตอกย้ำความตั้งใจของ บาว่า สปา ในการยกระดับสปาไทยสู่สากล รวมถึงเป็นการยืนยันว่าเรามาถูกทาง ทั้งด้านคุณภาพบริการ ความรู้กายวิภาค การเทรนพนักงาน รวมถึงระบบฟาร์มออร์แกนิคที่เป็นต้นน้ำสำคัญ ยืนยันว่า Hospitality หรือการต้อนรับขับสู้ของคนไทยยังคงเป็นจุดแข็งที่ไม่มีใครสู้ได้ หากคนไทยตั้งใจทำด้วยใจจริง และเชื่อว่าประเทศไทยสามารถยกระดับไปสู่การเป็นผู้นำสปาและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลกได้
กฤษณากล่าวว่า บริษัทยังมีธุรกิจ BHAVA Farm ที่จังหวัดลำปาง บนพื้นที่ 17 ไร่ เป็นแหล่งวัตถุดิบออร์แกนิคครบวงจร เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาที่เชื่อมโยงโดยตรงกับโรงสปาในกรุงเทพฯ ซึ่งฟาร์มเน้นระบบเกษตรยั่งยืน 100% ไม่มีของเหลือทิ้ง ผลิตปุ๋ยเองทั้งหมด และผลิตน้ำสกัดที่ได้จากการสกัดพืชด้วยไอน้ำเอง เพื่อนำมาใช้แทนน้ำในผลิตภัณฑ์อาบน้ำและสกินแคร์ ช่วยเพิ่มคุณสมบัติสมุนไพรอย่างแท้จริง ขณะที่มีบางส่วนนำเข้าจากฝรั่งเศส เช่น น้ำมันหอมละเหย ยังมีการหมักสมุนไพร การผลิตน้ำยาทำความสะอาดจากผลไม้ตระกูลมีกรดเช่น มะกรูด รวมถึงสินค้าจากขมิ้นและน้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคที่ขายดี ทำให้ปัจจุบันมีรายได้จากการบริการ 60% ผลิตภัณฑ์ 40% โดยบริษัทกำลังเน้นการพัฒนาโปรดักต์ให้เติบโตมากขึ้นอีก
อีกรายที่คว้ารางวัล “ดีวานา เนอเซอร์ สปา” โดย เพลินพิศ รานุรักษ์ Chief operation officer ระบุว่า การได้รางวัลในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว มาจากความตั้งใจในการให้บริการ โดยเราไม่ได้เป็นเพียงการนวดแล้วได้เพียงความผ่อนคลายกลับไปเท่านั้น แต่วางรูปแบบให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์แบ่งเป็น 7 สัมผัส ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง ร่างกายผ่อนคลาย มีพลังใจ และพลังในความคิดสร้างสรรค์ ดีวานาจึงไม่ใช่แค่สปา แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ด้านเวลเนส มาตรฐานบริการระดับเวิลด์คลาส
“ฐานลูกค้าเราเกิน 90% เป็นต่างชาติ แต่เมื่อนักท่องเที่ยวมาน้อยลง ต้องพยายามหาลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็ม เป็นความท้าทายปี 2568 ไม่แตกต่างจากปี 2563 ที่เกิดโควิด-19 ซึ่งปิดให้บริการเลย โดยเศรษฐกิจปีนี้ ถือว่าบริหารจัดการยากมาก ปกติจะมียอดจองล่วงหน้าแล้ว แต่ตอนนี้เป็นจองแบบรายวันเป็นส่วนใหญ่ ความท้าทายคือ ทำให้มีลูกค้าเข้ามาเติมให้เต็มศักยภาพที่กำหนดไว้ให้ได้ ต้องยอมรับว่า การแข่งขันในธุรกิจมีสูงขึ้นจากจำนวนร้านที่เพิ่มมากขึ้น แต่เรามั่นใจในมาตรฐานสินค้าและการให้บริการ” เพลินพิศตอกย้ำ
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568

