ศึกซูเปอร์มาร์เก็ตสเปนเดือด! ยักษ์ใหญ่เร่งขยายตัว ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม เปิดโอกาสทองสู่สินค้าไทย
สื่อเศรษฐกิจสเปน El Economista รายงานว่า “Mercadona” ยังคงยืนหนึ่งในตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตสเปน ด้วยส่วนแบ่งสูงถึงร้อยละ 27.3 โดยสร้างความได้เปรียบจากสินค้า House Brand ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการบริหารสินค้าสดที่มีคุณภาพสูง ในขณะที่ Carrefour และ Alcampo แม้จะเผชิญยอดขายลดลงหลายไตรมาส แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว ชะลอการลดลงของยอดขายได้บ้าง แม้ยังคงเสียพื้นที่ให้ร้านค้าขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวสูงกว่า
ในอีกด้านหนึ่ง ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติเยอรมันอย่าง Lidl ยังคงรุกตลาดหนักด้วยส่วนแบ่งร้อยละ 6.9 และแผนเปิดสาขาใหม่กว่า 50 แห่งในปี 2568 แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การขยายสาขาแบบต่อเนื่อง ขณะที่เครือข่ายสหกรณ์ท้องถิ่นอย่าง Eroski, Consum และ Ahorramas ก็เร่งขยายพื้นที่ทางธุรกิจออกนอกภูมิภาคดั้งเดิม เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่และเพิ่มกำลังการแข่งขันในตลาดค้าปลีกที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
ในช่วงกลางปี 2568 สเปนกลับมามียอดค้าปลีกอาหารเติบโตอีกครั้ง หลังจากเผชิญภาวะหดตัวมาตั้งแต่ต้นปี 2567 และหนึ่งในผู้เล่นที่เติบโตโดดเด่นคือ “DIA” ซูเปอร์มาร์เก็ตราคาประหยัดที่สามารถเพิ่มยอดขายได้ +0.2 จุดในช่วง 9 เดือนแรกของปี เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า DIA เปิดใหม่แล้วถึง 58 สาขา และยังวางแผนเปิดเพิ่มอีก 30 สาขาภายในสิ้นปีนี้
กลยุทธ์ “ร้านใกล้(บ้าน)ฉัน” และ “ร้านสะดวกซื้อ” ทำให้ DIA เข้าถึงผู้บริโภคในชุมชนได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ยอดขายไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ DIA ขึ้นแท่นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ติดอันดับ 4 ของประเทศอย่างมั่นคง
ข้อมูลจาก El Economista สะท้อนภาพว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับภูมิภาคมีอัตราการเติบโตเร็วกว่าเฉลี่ยทั้งประเทศ เนื่องจากมีจุดแข็งด้านทำเลที่เข้าถึงง่าย การออกแบบร้านให้เหมาะกับบริบทชุมชน และการเน้นสินค้าสดคุณภาพสูงที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคสเปนยุคใหม่ ผู้บริโภคปรับตัวจากภาวะเงินเฟ้อ ซื้อของน้อยลงทีละครั้ง แต่ซื้อบ่อยขึ้น และมักสลับร้านในการจับจ่ายเพื่อมองหาความคุ้มค่าที่ดีที่สุด
นอกจากนี้ร้านค้าราคาประหยัดอย่าง Lidl, Aldi และ DIA ยังคงเป็นตัวเลือกสำคัญในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้บริโภคเริ่มเปิดใจต่อสินค้านำเข้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยเฉพาะสินค้าที่มีเรื่องราว สื่อถึงสุขภาพ หรือใช้วัตถุดิบแบบดั้งเดิม ทำให้สินค้าไทยทั้งอาหารรสจัด สมุนไพร วัตถุดิบธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนความเป็นไทยอาจมีโอกาสสร้างตลาดเฉพาะ (Niche Market) ได้ชัดเจนขึ้นในสเปน
สำหรับผู้ประกอบการไทย การเข้าสู่ตลาดสเปนอาจเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็วผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นในการผลิตสินค้า House Brand ซึ่งกำลังกลายเป็นเทรนด์สำคัญในระบบค้าปลีกสเปน การเป็นผู้ผลิตให้กับแบรนด์ของซูเปอร์มาร์เก็ตนอกจากช่วยลดต้นทุนด้านการตลาดแล้ว ยังมอบโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับเชนค้าปลีกขนาดใหญ่
พร้อมทั้งเปิดช่องให้เรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคสเปนแบบเจาะลึก ความเข้าใจเหล่านี้สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาสินค้าใหม่ และเป็นประตูสำคัญสู่การขยายธุรกิจในตลาดสหภาพยุโรป (EU) ทั้งในกลุ่มอาหารแปรรูป สินค้าเพื่อสุขภาพ และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ
ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยควรจับตามองอย่างยิ่งในช่วงที่พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุโรป (ข้อมูล: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาริด, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

