"เวียดนาม" เร่งเครื่องเปิดเจรจา เอฟทีเอ อียิปต์ สัญญาณเตือนไทย สูญเสียส่วนแบ่งตลาด
KEY POINTS :
* เวียดนามกำลังเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับอียิปต์ เพื่อใช้อียิปต์เป็นประตูการค้าสู่ตลาดแอฟริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป
* การเคลื่อนไหวของเวียดนามถือเป็นสัญญาณเตือนโดยตรงต่อไทย เนื่องจากอาจทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและส่วนแบ่งตลาดในอียิปต์
* เวียดนามใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการลงทุนตั้งโรงงานในเขตปลอดอากรของอียิปต์ (Made in Egypt) เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและส่งออกต่อไปยังภูมิภาคอื่น
* อุตสาหกรรมไทยที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงคือ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เม็ดพลาสติก และสิ่งทอ ซึ่งเป็นสินค้าที่เวียดนามเป็นคู่แข่งสำคัญและได้เริ่มเข้าไปลงทุนแล้ว
เว็ปไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าในประเทศ (สคต.) เมืองสคต. ไคโร ประเทศอียิปต์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2568 ในระหว่างการหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 นายฝ่าม มิงห์ จิ๋ง (Pham Minh Chinh) นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้ส่งสัญญาณแสดงความสนใจอย่างชัดเจนในการ "เปิดเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับอียิปต์" โดยเน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์สำคัญที่ทั้งสองประเทศสามารถเป็นประตูการค้าให้แก่กันและกัน โดยเวียดนามจะเป็นประตูส่งออกสินค้าอียิปต์เข้าสู่ตลาดเอเชีย ในขณะที่อียิปต์จะเป็นฐานในการกระจายสินค้าเวียดนาม
ประเด็นสำคัญจากการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีเวียดนามและนายมุสตาฟา มัดบูลี (Mostafa Madbouly) นายกรัฐมนตรีอียิปต์ มีดังนี้ การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน: ผู้นำเวียดนามเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกระบวนการขอ วีซ่าให้รวดเร็วขึ้น (Streamline visa procedures) โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุน เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดตั้งบริษัทเวียดนามในอียิปต์
การใช้ประโยชน์จากเขตปลอดอากร (Free Zones): เวียดนามผลักดันให้ภาคเอกชนของตนใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษและสิ่งอำนวยความสะดวกในเขตปลอดอากรของอียิปต์ เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตและส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านและตลาดเป้าหมายในภูมิภาค เสนอให้มีการจัดตั้ง "คณะกรรมาธิการร่วมระดับสูง" และส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ (Business Partnerships) ระหว่างเอกชนของทั้งสองฝ่ายอย่างจริงจัง
ปัจจุบันการลงทุนของเวียดนามในอียิปต์ ประกอบด้วย
1)EUROPLAS โรงงานพลาสติกในเมือง Sadat City ซึ่งมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติมในเขตเศรษฐกิจคลองสุเอซ (SCZone)
2)Song Hong ร่วมทุนกับ Giza Spinning and Weaving ตั้งโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปในเมืองอัสวาน
3)Vin Group ยักษ์ใหญ่ของเวียดนาม แสดงความสนใจในการเข้ามาสำรวจโอกาสการลงทุนใน อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในอียิปต์
ทั้งนี้สคต.ไคโร มีข้อคิดเห็นว่า การเคลื่อนไหวของเวียดนามในครั้งนี้ถือเป็น "สัญญาณเตือนสำคัญ" สำหรับผู้ส่งออกและนักลงทุนไทย เนื่องจากเวียดนามเป็นคู่แข่งโดยตรง (Direct Competitor) ของไทยในหลายสินค้าศักยภาพ การที่เวียดนามเร่งกระชับความสัมพันธ์กับอียิปต์ในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ มีนัยสำคัญดังนี้
(1)การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้าจากการ "ส่งออก" เป็น "การเข้าไปลงทุน" (Direct Investment Strategy) แต่กำลังใช้ยุทธศาสตร์ "Made in Egypt" โดยการตั้งโรงงานในเขต Free Zones เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และใช้ประโยชน์จากเครือข่าย FTA ของอียิปต์ (เช่น COMESA, PAFTA, Egypt-EU) ในการส่งออกสินค้าต่อไปยัง แอฟริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยปลอดภาษี
สินค้าไทยที่ส่งออกไปอียิปต์ยังต้องเผชิญกับกำแพงภาษีนำเข้า (Tariff Barriers) ที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่สินค้าเวียดนามที่ผลิตในอียิปต์จะมีความได้เปรียบด้านต้นทุนและภาษีทันที
(2)การแข่งขันในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ทับซ้อนกับไทย โดยยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การที่ Vin Group เข้ามาเจาะตลาดอียิปต์ อาจทำให้เวียดนามชิงส่วนแบ่งตลาดและสร้าง Brand Awareness ในตลาดแอฟริกาเหนือได้ก่อน ซึ่งไทยเองมีนโยบายต้องการเป็น Hub ของ EV แต่หากขาดการรุกตลาดต่างประเทศเชิงรุก อาจเสียโอกาสนี้ไปเม็ดพลาสติกและสิ่งทอ การขยายตัวของ EUROPLAS และ Song Hong จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของเวียดนามในตลาดนี้ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทยไปอียิปต์เช่นกัน
(3)ความเสียเปรียบด้านแต้มต่อทางภาษี (FTA) หากเวียดนามเริ่มเจรจาและบรรลุข้อตกลง FTA กับอียิปต์ได้สำเร็จก่อนไทย จะทำให้สินค้าส่งออกโดยตรงจากเวียดนามมีภาษีต่ำกว่าสินค้าไทย (ซึ่งปัจจุบันไทยยังไม่มี FTA กับอียิปต์) ทำให้ไทยสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) และสินค้าอุปโภคบริโภค
“ควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ พลาสติก และอาหารแปรรูป พิจารณาโมเดลการลงทุนตั้งโรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษคลองสุเอซ (SCZone) เช่นเดียวกับเวียดนาม เพื่อใช้เป็นฐานส่งออกไปยังตลาดแอฟริกาและยุโรป และการสร้างพันธมิตรท้องถิ่น (Joint Venture) เพื่อลดความเสี่ยงและอาศัยความเชี่ยวชาญในพื้นที่” สคต.โคไร กล่าว
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568

