ส่องเทรนด์การค้าโลก เอเชีย-ยุโรปบูม! SMEs มั่นใจข้ามพรมแดน
KEY POINTS :
* ผลสำรวจจาก FedEx ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของการค้าระหว่างเอเชียและยุโรป โดย SMEs ทั้งสองภูมิภาคมีความเชื่อมั่นในการค้าข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
* การเติบโตมีแรงขับเคลื่อนจากความต้องการของผู้บริโภคในยุโรปและโอกาสทางธุรกิจในเอเชีย โดย 85% ของ SMEs ในเอเชียแปซิฟิกมีแผนขยายการค้าสู่ยุโรป
* แม้จะเติบโตสูง แต่ SMEs ยังเผชิญความท้าทายสำคัญร่วมกัน ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดทางการค้า กระบวนการศุลกากรที่ซับซ้อน และความผันผวนของตลาดโลก
* เพื่อรับมือกับความท้าทาย SMEs ต้องการเครื่องมือดิจิทัลเพื่อติดตามสถานะซัพพลายเชน และการสนับสนุนด้านศุลกากรเพื่อลดความล่าช้าและจัดการต้นทุน
บริษัท เฟดเดอรัล เอ็กซ์เพรส คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หรือเฟดเอ็กซ์ (FedEx) หนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งสินค้าด่วนรายใหญ่ของโลก ได้เผยแพร่ผลสำรวจล่าสุดที่สะท้อนให้เห็นถึง แนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่นของเส้นทางการค้าระหว่างภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) และยุโรป พร้อมระบุถึงปัจจัยขับเคลื่อน โอกาส และอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั้งในประเทศไทยและทั่วภูมิภาค
เส้นทางการค้าเอเชีย-ยุโรป เติบโตต่อเนื่อง :
ผลสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นในเดือนกันยายน 2568 โดยสอบถามความคิดเห็นจาก SMEs รวมกว่า 2,000 ราย ทั้งในเอเชียแปซิฟิก (13 ตลาด) และยุโรป (9 ตลาด) เผยให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
* SMEs เอเชียแปซิฟิก: 76% ระบุว่าปริมาณการส่งออกของพวกเขาเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยมีตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ สหราชอาณาจักร (42%) เยอรมนี (40%) และ ฝรั่งเศส (38%)
* SMEs ยุโรป: 87% มีความเชื่อมั่นและมีการปรับสมดุลทางการค้ามาสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น หรือรักษาสมดุลระดับปัจจุบันไว้ โดยคาดการณ์ว่าตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงสุดในช่วงสองปีข้างหน้า ได้แก่ จีน (55%) ญี่ปุ่น (36%) และ เกาหลีใต้ (24%)
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับพลวัตการค้าที่แข็งแกร่งของเส้นทางเอเชีย-ยุโรป ซึ่งมีการเติบโตติดต่อกันถึง 30 เดือน (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2568)
โอกาสและความท้าทายสำหรับ SMEs
การเติบโตของการค้าเอเชีย–ยุโรป มีแรงขับเคลื่อนหลักจาก ความต้องการของผู้บริโภคยุโรปที่สูงขึ้น ความได้เปรียบด้านราคา และ โอกาสขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ โดย 85% ของ SMEs ในเอเชียแปซิฟิกมีแผนจะขยายการค้ากับยุโรปใน 12-24 เดือนข้างหน้า
ขณะที่ธุรกิจยุโรปก็ถูกดึงดูดด้วยปัจจัยเชิงกลยุทธ์ โซลูชันโลจิสติกส์ที่ครอบคลุม และ ข้อตกลงทางการค้าที่เอื้ออำนวย ในภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ตาม ทั้งสองภูมิภาคยังคงเผชิญความท้าทายร่วมกันที่ส่งผลกระทบต่อศักยภาพทางธุรกิจ ได้แก่
* การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านการค้า ส่งผลกระทบต่อ SMEs เอเชียแปซิฟิกถึง 86% และยุโรป 78%
* กระบวนการศุลกากรที่ซับซ้อน
* ความผันผวนของตลาดโลก
ความต้องการเครื่องมือดิจิทัลและโลจิสติกส์เฉพาะทาง
เพื่อรับมือกับความซับซ้อนเหล่านี้ SMEs ต่างมองหาเครื่องมือสนับสนุน
* การติดตามสถานะซัพพลายเชน: 41% ของธุรกิจยุโรป และ 30% ของธุรกิจเอเชียแปซิฟิก ต้องการเครื่องมือดิจิทัลที่เพิ่มศักยภาพในการตรวจสอบสถานะสินค้าได้อย่างครอบคลุม
* การสนับสนุนด้านศุลกากร: 41% ของ SMEs ยุโรป และ 27% ของ SMEs เอเชียแปซิฟิก ต้องการการสนับสนุนด้านกฎระเบียบศุลกากร เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าและจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
เฟดเอ็กซ์ยกระดับเครือข่าย รับเทรนด์การค้า :
นายศศธร ภาสภิญโญ กรรมการผู้จัดการ เฟดเอ็กซ์ ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยยืนอยู่ใจกลางการเปลี่ยนแปลงทางการค้าของเอเชีย เฟดเอ็กซ์พร้อมทำหน้าที่ส่งเสริมให้ธุรกิจไทยสามารถเปลี่ยนความมุ่งมั่นให้กลายเป็นความสำเร็จ ผ่านการมอบโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลเชิงลึก และความคล่องตัว ที่ช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถรับมือกับความซับซ้อนของการค้าโลกและขยายธุรกิจไปทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเติบโต เฟดเอ็กซ์ได้เสริมศักยภาพบริการอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
* เพิ่มเที่ยวบิน: เพิ่มเที่ยวบินรายสัปดาห์จากเอเชียไปยังยุโรปอีก 5 เที่ยวบิน
* ยกระดับการเชื่อมต่อ: ลดเวลาการขนส่งจากเวียดนามไปยังยุโรปลงหนึ่งวัน
* ความเร็ว: ปัจจุบันมีเที่ยวบินรายสัปดาห์รวม 26 เที่ยวบิน สามารถจัดส่งพัสดุด่วนถึงจุดหมายปลายทางหลักในยุโรปได้ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง
* โซลูชันดิจิทัล: นำเสนอเครื่องมือ เช่น การอัปโหลดเอกสารการค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และ FedEx Import Tool เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการด้านศุลกากรและติดตามสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์
เฟดเอ็กซ์ยังได้เปิดตัวเว็บไซต์ Go-To Europe Hub ซึ่งเป็นแหล่งรวมข้อมูลเชิงลึกและคู่มือการค้าเพื่อเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจเอเชียแปซิฟิกสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 1 ธันวาคม 2568

