วิกฤตเวเนซุเอลา ไม่ลามกระทบไทย สภาพัฒน์ จับตาราคาน้ำมัน
KEY POINTS :
* เลขาฯ สศช. ประเมิน วิกฤตในเวเนซุเอลา ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากไม่มีความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนที่สำคัญ
* ไทยไม่ได้รับผลกระทบด้านการจัดหาน้ำมัน เพราะไม่ได้นำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลา
* สภาพัฒน์ฯ ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด แต่ประเมินว่ายังไม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากภาวะอุปทานล้นตลาด
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศเวเนซุเอลาว่า ในเชิงเศรษฐกิจประเทศไทยไม่มีความผูกพันใด ๆ กับเวเนซุเอลาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้านพลังงาน เพราะประเทศไทยไม่ได้มีการจัดซื้อหรือนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลา ดังนั้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการจัดหาน้ำมันของไทย
ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก ประเมินว่า ราคาน้ำมันยังไม่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันตลาดน้ำมันโลกอยู่ในภาวะ อุปทานล้นตลาด (Over Supply) อย่างมาก ส่วนราคาน้ำมันในปีนี้จะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 55-68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตามการประเมินของสศช.เดิมหรือไม่ นายดนุชา เชื่อว่า ตัวเลขน่าจะใกล้เคียงเดิม โดยยังไม่มีปัจจัยให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น
“จากการติดตามราคาน้ำมันรายวันตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พบว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ราคามีการขยับขึ้นเพียงประมาณ 1 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าไม่มีผลกระทบมากนัก ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มมีการแข็งค่าขึ้นบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งและสหรัฐได้มีการใช้ปฏิบัติการในลักษณะนี้”
นายดนุชา ระบุว่า สศช.ยังติดตามสถานการณ์แอย่างต่อเนื่อง และตราบใดที่สถานการณ์ยังไม่บานปลาย จนกลายเป็นสงครามขนาดใหญ่ ก็ยังไม่มีเรื่องที่น่ากังวลสำหรับเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้
ก่อนหน้านี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ระบุว่าตอนนี้ต้องจับตาสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะมีหลายเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบ แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่ถึงกับทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้กําชับให้ติดตามราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 7 มกราคม 2569

