ไฮเทคอิสราเอลในยุค AI โตต่อ แต่ไม่เหมือนเดิม โอกาสใหม่ของนักลงทุนและผู้ประกอบการ
อุตสาหกรรมไฮเทคของอิสราเอลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลังจากเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องมาหลายปี ข้อมูลชี้ว่า ในปี 2024 เป็นปีแรกในรอบกว่าทศวรรษที่จำนวนแรงงานในภาคไฮเทคลดลง แม้ในภาพรวมอาจฟังดูน่ากังวล แต่อีกมุมหนึ่ง อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของอิสราเอลยังคงแข็งแรง ทั้งในด้านเงินลงทุน การส่งออก และความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูง
สะท้อนว่าการเติบโตไม่ได้หยุดลง เพียงแต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดว่า บริษัทเทคโนโลยีไม่ได้มุ่งขยายทีมด้วยจำนวนคนจำนวนมากเหมือนในอดีต แต่หันมาให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง
โดยเฉพาะงานด้านการวิจัยและพัฒนา ขณะที่ตำแหน่งงานสายสนับสนุนหรือระดับเริ่มต้นค่อย ๆ ลดบทบาทลง หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือทำงานประจำวันของพนักงานเทคจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน หลายองค์กรยังไม่ได้ลงทุนฝึกทักษะให้แรงงานอย่างจริงจัง ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วกับแรงงานที่ยังปรับตัวไม่ทัน
โดยตลาดแรงงานไฮเทคของอิสราเอลยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะสมองไหล ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจำนวนไม่น้อยเลือกย้ายไปทำงานในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ทั้งด้วยเหตุผลด้านโอกาสทางอาชีพและคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกัน บริษัทไฮเทคอิสราเอลเองก็เริ่มขยายการดำเนินงานไปต่างประเทศมากขึ้น ปัจจุบัน บริษัทเหล่านี้มีพนักงานอยู่นอกประเทศมากกว่าภายในประเทศ และหลายแห่งระบุว่า การเติบโตในอนาคตจะเกิดขึ้นในต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งอาจส่งผลให้อิสราเอลค่อย ๆ สูญเสียบทบาทในฐานะศูนย์กลางหลักของอุตสาหกรรมไฮเทคของตนเอง หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะภาคธุรกิจเทคโนโลยี แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง เนื่องจากภาคไฮเทคเป็นแหล่งรายได้ภาษีและการส่งออกที่สำคัญ เมื่อการจ้างงานในประเทศลดลง รายได้ภาษีก็ลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกัน ความมั่งคั่งจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีก็เริ่มกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนที่มีทักษะสูงมากขึ้น ส่งผลให้คนรุ่นใหม่หรือแรงงานระดับกลางจำนวนไม่น้อยหาที่ยืนในอุตสาหกรรมได้ยาก เกิดเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายเรียกว่า “วิกฤตแรงงานจูเนียร์”
เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ รัฐบาลอิสราเอลจึงเดินหน้าปฏิรูประบบภาษีสำหรับภาคไฮเทค โดยมีเป้าหมายทำให้ประเทศกลับมาน่าสนใจสำหรับการลงทุน ทั้งจากนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ มาตรการดังกล่าวมุ่งสนับสนุนการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา การดึงเงินลงทุนระยะยาว และการจูงใจให้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญย้ายกลับมาทำงานในประเทศ สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในระยะยาว
ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน การเปลี่ยนผ่านของไฮเทคอิสราเอลในครั้งนี้อาจไม่ใช่สัญญาณถดถอย แต่เป็นจังหวะของโอกาสใหม่ ทั้งในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI เทคโนโลยีเชิงลึก บริการด้านการพัฒนาทักษะ และการลงทุนในระบบนิเวศที่รัฐพร้อมสนับสนุนอย่างจริงจัง ในท้ายที่สุด อุตสาหกรรมไฮเทคของอิสราเอลไม่ได้กำลังอ่อนแรง แต่กำลังปรับตัว และใครจะมองเห็นทิศทางและคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ก่อน (ข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ, เรียบเรียงโดย : ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 11 มกราคม 2569

