"เวียดนาม" เกินดุลการค้าสหรัฐแซงจีน รบ.ทรัมป์ เล็งเปลี่ยนทูต
รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ จ่อเปลี่ยนตัวเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเวียดนาม ซึ่งผู้ที่ถูกเสนอชื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่มีการส่งสัญญาณชัด ว่าจะเดินหน้าแก้ไขความสัมพันธ์ทางการค้าที่ถูกมองว่า ‘ไม่สมดุล’ ระหว่างสองประเทศ ในช่วงเวลาที่เวียดนามมีการค้าเกินดุล (มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการมากกว่ามูลค่าการนำเข้าสินค้าและบริการ ทำให้มีเงินตราต่างประเทศไหลเข้าสุทธิมากกว่าไหลออก) กับสหรัฐสูงเป็นประวัติการณ์ และแซงหน้าจีนในบางไตรมาสที่ผ่านมา
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า มาร์ก แนปเปอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเวียดนามคนปัจจุบัน จะสิ้นสุดวาระในวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคมนี้ หลังถูกเรียกตัวกลับก่อนช่วงคริสต์มาสพร้อมกับนักการทูตอีกหลายราย และผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้รับตำแหน่งแทนคือ เจนนิเฟอร์ วิกส์ แมคนามารา ทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งถูกเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของวุฒิสภาตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เธอแสดงจุดยืนว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับเวียดนามจำเป็นต้องได้รับการปรับแก้โดยเร็ว
ในปีที่ผ่านมา เวียดนามรายงานตัวเลขการส่งออกไปยังสหรัฐในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แม้สหรัฐจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนามในอัตรา 20% ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025
ข้อมูลจากรัฐบาลเวียดนามระบุว่า เวียดนามเกินดุลกับสหรัฐอยู่ที่เกือบ 134,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับสหรัฐมาก่อน
ในให้การต่อสมาชิกรัฐสภาสหรัฐเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา เจนนิเฟอร์ วิกส์ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าในปัจจุบันมีความไม่สมดุลเห็นได้ชัด หากเธอได้รับตำแหน่ง เธอจะผลักดันให้สินค้าบริการของสหรัฐเข้าถึงตลาดเวียดนามให้มากขึ้น รวมถึงสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเวียดนามเข้าไปลงทุนในสหรัฐ
แม้ศาลสูงสุดสหรัฐ อาจมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบว่าด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีของทำเนียบขาว (อย่างไม่เป็นทางการ) ภายในสัปดาห์นี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่า เวียดนามยังคงเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐต่อไป ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาในทิศทางใดก็ตาม
อดัม แซมดิน นักเศรษฐศาสตร์จาก Oxford Economics ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐมองแนวทางการกลับมาเพิ่มอัตราภาษีอีกครั้ง และการที่สหรัฐขาดดุลการค้ากับเวียดนามในระดับที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ทำให้ฮานอยอยู่ในสถานะที่เปราะบาง
ข้อมูลล่าสุดของสหรัฐ ในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม เวียดนามเกินดุลกับสหรัฐอยู่ที่ 144,200 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าสถิติทั้งปี 2024 ไปแล้ว และที่สำคัญ เวียดนามมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐสูงกว่าจีนในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปี 2025
ในบรรดาคู่ค้าของสหรัฐ มีเพียงเม็กซิโกเท่านั้นที่มีช่องว่างดุลการค้ามากกว่าเวียดนามในช่วงเวลาดังกล่าว
การไต่ขึ้นมาของเวียดนาม มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการลดลงอย่างมากของการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ หากมองไปที่การค้าระหว่าง จีน-สหรัฐ จะพบว่า จีนเกินดุลการค้ากับสหรัฐในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง เหลือ 41,400 ล้านดอลลาร์ หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลของเวียดนามเพิ่มขึ้นราว 43% เป็น 44,800 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน
แม้ในภาพรวมของช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม จีนยังเกินดุลการค้ากับสหรัฐ สูงกว่าเวียดนาม แต่ข้อมูลจากเวียดนามระบุว่า การส่งออกสินค้าจากจีนเข้าสู่เวียดนามพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา
รัฐบาลทรัมป์ กล่าวหาเวียดนามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าเวียดนามถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านของสินค้าจีนที่มุ่งหน้าเข้าสู่ตลาดสหรัฐ จากกลยุทธ์ที่อาศัยฉลาก ‘ผลิตในเวียดนาม’ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่สูงกว่า สินค้าเหล่านี้ถูกมองว่าลักลอบถ่ายลำอย่างผิดกฎหมายจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 40%
ฟาน ซวน ดุง นักวิจัยจากสถาบัน ISEAS–Yusof Ishak ในสิงคโปร์ ระบุว่า วอชิงตันยังคงจับตาปัญหาการถ่ายลำ (Transshipment) สินค้าผิดกฎหมายอย่างใกล้ชิด แรงกดดันต่อเวียดนามในประเด็นนี้มีแนวโน้มทวีความเข้มข้นมากขึ้นภายใต้เอกอัครราชทูตสหรัฐคนใหม่ อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังไม่ได้กำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนในการพิจารณาว่าสินค้าใดเข้าข่ายเป็นการถ่ายลำผิดกฎหมาย
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 13 มกราคม 2568

