"Gen Z เกาหลี" สอบติด ม.ดัง ได้รางวัล "ทำจมูก-โบท็อกซ์" ส่วนเด็กไทยเริ่มเข้าคลินิกก่อนอายุ 20 คนทำงานหันทำซิกแพค-Sexy Line
คนอยากสวยไวแบบไม่เจ็บตัว แพทย์ชี้ "หัตถการ" โตแรงแซงศัลยกรรม เริ่มเข้าคลินิกอายุเฉลี่ยน้อย ต่ำกว่า 20 ปีมีให้เห็น พ่อแม่เกาหลีพาลูก “ทำจมูก-ฉีดโบท็อกซ์” เป็นรางวัลสอบเข้ามหา’ลัยดัง ในไทยเทรนด์ “Body Line” มาแรง พึ่งคลินิกทำซิกแพค-สร้างร่อง 11 ต่างชาติชอบทำสวยในไทยเพราะราคาดี เฉลี่ยต่อบิลสูงสุดครั้งละ 300,000 บาท
เทรนด์ความสวยความงามกลุ่มศัลยกรรมและหัตถการยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มชะลอวัย หรือ “Anti-aging” สอดคล้องไปกับภาพรวมประชากรในไทยที่มีสัดส่วน “Silver Age” หรือกลุ่มสูงวัยเยอะขึ้น แต่ก่อนการศัลยกรรมอาจเป็นตัวเลือกแรกๆ เพื่อการชะลอวัย แต่รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันคนหันมานิยมทำหัตถการสวยเร็วแบบไม่ต้องผ่าตัด เน้นการปรับรูปหน้า เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ร้อยไหม หรือการทำเลเซอร์ ซึ่งคุณหมอยังบอกด้วยว่า เทรนด์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ไทยเท่านั้น แต่ “เกาหลีใต้” ที่ขึ้นชื่อเรื่องคลินิกศัลยกรรมก็ยังปรับตัวไปทำหัตถการมากกว่า
แพทย์หญิง สุรางคณา วีระนาวิน หรือ “หมออุ้ม” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ The Medice Clinic และสถาบันเวชศาสตร์โรคผิวหนังและความงามนานาชาติ (ADMI) ให้ข้อมูลว่า เทรนด์ความงามในเกาหลีที่มาแรงมากๆ เริ่มเปลี่ยนจากการศัลยกรรมเป็นหัตถการ หากวัดจากจำนวนคลินิกในย่านกังนัม กรุงโซล ศูนย์กลางความงามที่มีคลินิกกระจายตัวมากที่สุด พบว่า ในสัดส่วน 100% เป็นคลินิกเพื่อการศัลยกรรม 58% นั่นหมายความว่า ความนิยมในการทำหัตถการเพิ่มหลายเท่าเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้านี้
เหตุผลที่คนหันมาให้ความสนใจการทำหัตถการมากกว่า เพราะต้องการสวยเร็วและเจ็บตัวให้น้อยที่สุด รวมถึงที่เกาหลีมีเครื่องมือและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำหัตถการออกมาเรื่อยๆ หมออุ้มมองว่า ความนิยมดังกล่าวจะยังคงอยู่ต่อไป คนอยากดูเด็กลง สวยขึ้น จะเลือกทำหัตถการเป็นอย่างแรก กลุ่มที่นิยมเข้าคลินิกในเกาหลีมากที่สุดตอนนี้ คือกลุ่มซีเนียร์ อายุตั้งแต่ 50-60 ปีเป็นต้นไป ส่วนในไทยมีหลากหลายเจเนอเรชันมากกว่า ที่น่าสนใจคือในไทยเจนใหม่ๆ ให้ความสนใจเรื่องภาพลักษณ์มากขึ้น ด้วยอิทธิพลของสื่อโซเชียลมีเดียทำให้กลุ่มคนไทยที่เข้ามาใช้บริการอายุน้อยลงกว่าเดิม เฉลี่ยมีตั้งแต่ 20 ปีต้นๆ ไปจนถึง 30 ปีกลางๆ เป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างเยอะ
ทั้งนี้ หมออุ้มขยายความเรื่องอายุเฉลี่ยของคนไทยว่า เด็กรุ่นใหม่สนใจดูแลตัวเองเยอะขึ้น รวมถึงความรู้ความเข้าใจในเรื่องการแพทย์ก็เปิดกว้างกว่าแต่ก่อน ในอดีตเด็กๆ มีปัญหาสิวพ่อแม่อาจจะยังไม่กล้าพาลูกเข้าคลินิก กลัวว่า จะเร็วเกินไป หรือเข้าใจไปว่า ยาบางชนิดมีผลกับการเจริญเติบโต ทำให้อายุเฉลี่ยในอดีตมีตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ปัจจุบันมีข้อมูลประกอบการรักษามากขึ้น อายุเฉลี่ยเด็กๆ ที่เข้าคลินิกจึงลดลงมาราว 15-16 ปี
นอกจากการรักษาสิว หมออุ้มเล่าว่า เทรนด์ที่เกาหลียังไปไกลถึงการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือทำจมูก พ่อแม่จะให้รางวัลลูกๆ แลกกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์หรือศัลยกรรมผ่าตัดทำจมูก ทำให้อายุเฉลี่ยที่เกาหลีลดลงไปอีก และไม่แน่ว่า ในอนาคตที่ไทยก็อาจมีเทรนด์นี้ตามมาก็เป็นไปได้
สำหรับเทรนด์หัตถการในไทยที่กำลังได้รับความนิยมขณะนี้ “หมออุ้ม” ระบุว่า เป็นเทรนด์หัตถการส่วนร่างกาย เมื่อก่อนคนมาคลินิกเพื่อปรับรูปร่างจะเน้นดูดไขมันออกหมด ตอนนี้มีดูดไขมันเสริมกับการสร้าง “Body Line” หรือ “Sexy Line” ช่วยให้เห็นซิกแพคหรือร่อง 11 ชัดขึ้น อยากให้รูปร่างดูแข็งแรงและยังมีมวลไขมันในระดับหนึ่ง โดยกลุ่มที่ให้ความสนใจอายุเฉลี่ยตั้งแต่ 20 ปีต้นๆ ไปจนถึง 30 ปีปลายๆ
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 13 มกราคม 2569

