JETRO เผยร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยลดลง 2.2% ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2550
ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยลดลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มสำรวจเมื่อปี 2550 โดยมี 5,781 ร้าน ลดลง 135 ร้าน หรือ ลด 2.2%
องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ เผยผลสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยปี 2568 มีจำนวน 5,781 ร้าน ลดลง 135 ร้าน มีอัตราลดลง 2.2% จากการสำรวจครั้งก่อน เป็น การลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มการสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในปี 2550 โดยจำนวนร้านในกรุงเทพฯ ลดลง 2.3% ร้านใน 5 จังหวัดปริมณฑลลดลง 3.1% และร้านในต่างจังหวัดลดลง 1.9%
ประเภทร้านอาหารที่มีจำนวนร้านเพิ่มขึ้น ได้แก่ “ร้านราเมง” และ “ร้านคาเฟ่” ประเภทร้านที่มีจำนวนคงที่ได้แก่ “ร้าน Teppanyaki” (การบริการอาหารแบบย่างบนเตา) สำหรับประเภทอื่น ๆ ที่เหลือพบว่ามีจำนวนร้านลดลงทุกประเภท
เมื่อวิเคราะห์ตามจำนวนสาขา พบว่าแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีสาขาเดียวและแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีหลายสาขา โดยเฉพาะแบรนด์ขนาดเล็กที่มีร้าน 2 – 5 สาขามีจำนวนลดลง ส่วนแบรนด์ขนาดใหญ่ที่มีสาขามากกว่า 51 สาขามีจำนวนคงที่
ราคาเฉลี่ยต่อหัว ส่วนใหญ่รวมอยู่ที่กลุ่มราคากลางถึงต่ำที่ 101 – 500 บาท โดยราคาเฉลี่ยต่อหัวของกรุงเทพฯ สูงกว่าใน จังหวัดอื่น ๆ
ตลาดเข้าสู่ระยะเติบโตเต็มที่และรสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป :
ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นหลายท่านให้ความเห็นว่า สถานการณ์เศรษฐกิจประเทศไทยโดยรวมยังคงชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหาร รวมทั้งผู้บริโภคชาวไทยมีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นมากขึ้น ทำให้ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเข้าสู่ระยะเติบโตเต็มที่ ส่งผลให้การขยายตลาดด้วยการเพิ่มสาขาเพียงอย่างเดียวเป็น
เรื่องยากอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การบริโภคอาหารญี่ปุ่นชะลอตัวลงสำหรับกรุงเทพฯ ซึ่งมีร้านอาหารกระจุกตัวหนาแน่นคือ จำนวน ชาวญี่ปุ่นที่อยู่อาศัยอยู่ในประเทศไทยรวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง
ด้วยเหตุนี้ ความเป็น “ร้านอาหารญี่ปุ่น” เพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถนำมาสร้างความแปลกใหม่และดึงดูดผู้บริโภคได้ ซึ่ง กลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ แหล่งที่มา คุณภาพ รวมทั้งการบอกเล่าเรื่องราว (Story) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
ผู้บริโภคมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับความคุ้มราคา (Value for Money) และคุณค่าทางประสบการณ์ มากกว่าการเลือก โดยให้คุณค่าแก่ความ “พรีเมียม” เพียงอย่างเดียว สำหรับผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มเลือกตามเทรนด์และความเป็นกระแส ในสังคมออนไลน์
ความสนใจในอาหารเฉพาะทางเพิ่มขึ้น :
ผู้บริโภคมีแนวโน้มให้ความสนใจร้านที่มีเมนูอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทางเพิ่มมากขึ้น เช่น ร้านราเมง ร้านคาเฟ่ ร้านหมู ทอดทงคัตสึ ร้านแฮมเบิร์ก รวมทั้งร้านที่มีความพิถีพิถันเป็นพิเศษ เช่น ร้านที่เลือกใช้วัตถุดิบอย่างข้าวญี่ปุ่น นอกจากนี้ กระแส ความนิยมมัทฉะยังทำให้ร้านประเภทคาเฟ่มีจำนวนเพิ่มขึ้น
ผลกระทบจากความนิยมท่องเที่ยวญี่ปุ่นของคนไทย :
จากการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นพบว่า ค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้นักท่องเที่ยว ชาวไทยเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มเห็นแนวโน้มผู้บริโภคที่ชะลอการบริโภควัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นที่มีราคาสูง ภายในประเทศไทย เช่น โอมากาเสะซูชิ เนื้อวัววากิว และสาเกญี่ปุ่น เพื่อไปบริโภคในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นแหล่งกำเนิด
แนวโน้มในอนาคต :
ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นหลายท่านให้ความเห็นว่า ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยจะยังคงมีร้านที่เปิด ใหม่และปิดตัวลงอย่างต่อเนื่องโดยคาดการณ์ว่าจะเห็นการเติบโตของร้านอาหารญี่ปุ่นที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน มีเมนูเฉพาะทาง (Specialty) มีการเล่าเรื่องราว (Story) และสามารถมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ (Experience) ให้กับผู้บริโภคได้
นอกเหนือจาก “อาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ” และ “อาหารญี่ปุ่นที่มีมูลค่าเพิ่ม” แล้ว คาดว่าจะมี “ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นกระแส” และ “อาหารญี่ปุ่นที่มีการปรับให้เข้ากับผู้บริโภคชาวไทย (Localized)” มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ เนื่องจากเทรนด์การบริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียจึง ยังคงมีความสำคัญต่อไป
ที่มา ประชาชาชาติธุรกิจ
วันที่ 20 มกราคม 2569

