เวียดนาม ยกระดับเฝ้าระวังไวรัสนิปาห์ เตือนผู้เดินทางสังเกตอาการ 14 วัน
เวียดนามยกยกระดับเฝ้าระวัง หลังอินเดียยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามออกคำแนะนำให้ประชาชนที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง เฝ้าสังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 14 วัน แม้ขณะนี้เวียดนามยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังทั้งตามด่านพรมแดนและในระบบสาธารณสุขภายในประเทศ
หลังอินเดียรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ 5 ราย ได้รับการยืนยันผลจากห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลในรัฐเบงกอลตะวันตก ทางการท้องถิ่นจึงติดตามเฝ้าผลและแยกกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดเกือบ 100 ราย เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ขณะที่ฝั่งเกาหลีใต้ประกาศมาตรการยกระดับการเฝ้าระวังเป็นระดับที่ 1 เป็นที่เรียบร้อย
เมื่อเช้าวันนี้สาธารณสุขเวียดนามติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประกาศยกระดับการเฝ้าระวังเช่นเดียวกันเป็นประเทศที่ 3
Vietnamnet รายงานว่า ขณะนี้เวียดนามยังไม่พบผู้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไวรัสนิปาห์มีอัตราการเสียชีวิตสูงสุดถึง 75% และสามารถแพร่จาก สัตว์สู่คน และคนสู่คนได้ ทางการเวียดนามจึงเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังโรค ทั้งที่จุดผ่านแดน สถานพยาบาล และในระดับชุมชน
กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด ผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่ดังกล่าวควรเฝ้าติดตามอาการตนเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หากมีอาการ เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ เจ็บคอ เวียนศีรษะ ง่วงซึม สับสน หรือชัก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น และแจ้งประวัติการเดินทางแก่บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ควบคุมโรคโฮจิมินห์ (HCDC) แถลงเมื่อวานนี้ว่า กำลังติดตามสถานการณ์ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด มีการเพิ่มการคัดกรองที่ด่านเข้าเมืองระหว่างประเทศ เข้มงวดเป็นพิเศษสำหรับผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง หากพบผู้มีไข้หรืออาการเข้าข่ายโรคติดต่ออันตราย จะถูกแยกตรวจทันที
HCDC แถลงว่าขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะสำหรับไวรัสนิปาห์ การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ แนะนำให้ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ค้างคาวอาศัยอยู่ หรือใกล้ชิดกับสุกรที่ป่วย และไม่บริโภคผลไม้ดิบหรืออาหารที่อาจปนเปื้อน เช่น น้ำหวานจากอินทผลัมสด หรือน้ำมะพร้าวที่ไม่ผ่านการแปรรูป
ผู้ติดเชื้อมักแสดงอาการภายใน 4-14 วันหลังสัมผัสเชื้อ :
ระยะแรกจะมีไข้ ปวดศีรษะ ไอ และเจ็บคอ ในกรณีรุนแรง อาจลุกลามเป็นสมองอักเสบอย่างรวดเร็ว มีอาการง่วงซึม สับสน ความผิดปกติทางจิต และโคม่า บางรายอาการทรุดลงภายใน 24-48 ชั่วโมง
ไวรัสนิปาห์แพร่จากสัตว์สู่คนเป็นหลัก โดยเฉพาะการสัมผัสค้างคาวหรือสุกรที่ติดเชื้อ หรือการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน อย่างไรก็ตาม ยังสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง ทำให้การตรวจพบและแยกผู้ป่วยตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญอย่างยิ่ง
อัตราการเสียชีวิตจากไวรัสนิปาห์อยู่ระหว่าง 40-75% ขึ้นอยู่กับสภาพการระบาดและการเข้าถึงการรักษา ผู้รอดชีวิตบางรายอาจมีผลกระทบระยะยาว เช่น อาการชักเรื้อรัง หรือการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพ
หน่วยงานสาธารณสุขเวียดนามเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุก และผลไม้ที่สะอาด ปอกเปลือกแล้วเท่านั้น ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยต้องสวมหน้ากาก ถุงมือ และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล พร้อมรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดระหว่างและหลังการสัมผัส
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 27 มกราคม 2569

