แนะไทยเปลี่ยนวิกฤต "ขัดแย้งเรื้อรัง" พลิกโฉม 4 ด้าน สู่เศรษฐกิจใหม่
ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันแล้วว่า "สงครามภูมิรัฐศาสตร์" น่าจะเป็นสิ่งที่คุกคามโลกไปอีกนาน อย่างกรณีประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ จับจองครอบครองกรีนแลนด์แม้ไม่กระทบตรงต่อประเทศไทย แต่ทางอ้อมก็ไม่อาจมองข้ามได้ เรื่องนี้ “แสงชัย ธีรกุลวาณิช” ประธานกิตติมศักดิ์และประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้ความเห็นไว้ว่า
“สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยกับความท้าทายฝ่ามรสุมสงครามภูมิรัฐศาสตร์ความขัดแย้งคุกคามแย่งชิงทรัพยากรที่ปั่นป่วนกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจโลก
ขณะที่แรงกระแทกจากกำแพงภาษีที่นำมาใช้เป็นเครื่องมืออาวุธสร้างอำนาจการต่อรองทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การทำลายล้างกติการะเบียบโลกเดิมสร้างกติการะเบียบโลกใหม่ที่ขาดความสร้างสรรค์และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติภาพบนพื้นฐานของการให้เกียรติและเคารพความเท่าเทียมกัน
รวมทั้งการแสวงหาความร่วมมือในการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและสันติวิธีบนเส้นทางกรอบการเจรจาในเวทีนานาชาติที่มีอยู่ หายนะทางเศรษฐกิจที่มาจากความโลภ
การแย่งชิงผลประโยชน์ฝ่ายตนโดยไม่คำนึงถึงมนุษยธรรม ขาดภาวะความเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลในการสร้างความสามัคคี สันติภาพและความปรองดองที่ไม่เป็นไปตามที่ประกาศไว้ “ความเป็นหนึ่งของสหรัฐอเมริกา” ต้องมาจากการแสวงหาความร่วมมือลดความขัดแย้ง ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรโลกในการสร้างความยั่งยืนร่วมกัน
โลกถูกการบั่นทอนมั่นคงโดยผู้นำที่ขาดความเมตตาธรรม ย่อมนำมาซึ่งนานาประเทศไร้ความไว้วางใจ ผลักมิตรไปเป็นศัตรู และแทนที่จะนำเม็ดเงินงบประมาณแต่ละประเทศมาใช้ในการพัฒนาสร้างความมั่นคงเศรษฐกิจกลับต้องวางแผนใช้เงินเพื่อการป้องกันประเทศเพิ่มขึ้น
กรณี “กรีนแลนด์” ไม่ใช่เรื่องใหม่ของการช่วงชิงดินแดนแห่งนี้ แต่จะเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้เดนมาร์กและนานาประเทศใน EU พร้อม “บวก” กับสหรัฐอเมริกา “ศึกแห่งศักดิ์ศรีของความเป็นประเทศ” จะสร้างความเกลียดชังขยายวงกว้างในทุกภูมิภาคของโลก การเปิดศึกรอบทิศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งสงครามภูมิรัฐศาสตร์ สร้างวาทกรรมคุกคาม “แคนาดา คือ รัฐที่ 51 ของสหรัฐอเมริกา”
การลุแก่อำนาจใช้กำลังทหารเข้าจู่โจม “บุกรวบตัว ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา” ถึงที่พัก การแทรกแซงปัญหาการประท้วงในอิหร่านที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น การตั้งกำแพงภาษีและไม่ใช่ภาษีสาดกระสุนทำลายเศรษฐกิจ “แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน”
รวมทั้งการออกนอก “Paris Agreement” และองค์กรระหว่างประเทศอีกมากมายจะส่งผลกระทบต่อ “การออกฤทธิ์ย้อนศรไปสู่ความมั่นคงและเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา” กับปัญหาที่รอเวลาระเบิด อาทิ กำแพงภาษีที่รอศาลยุติธรรมตัดสินชี้ชะตา ความขัดแย้งทางการเมืองภายในสหรัฐอเมริกา สภาวะภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เศรษฐกิจภายในประเทศกระทบทั้งการจ้างงาน ค่าครองชีพและการค้าระหว่างประเทศ การสร้างปราบปรามปะทุความขัดแย้งกลางเมืองของผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นต้น
สำหรับประเทศไทยกับการแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์รับมือ “เปลี่ยนวิกฤตความขัดแย้งเรื้อรังเป็นพลังมุ่งสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ดังนี้
(1)“พลิกโฉมไทยสู่พลังงานสะอาดแห่งอาเซียน”
ปรับโครงสร้างความมั่นคงพลังงานของประเทศต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพานำเข้าพลังงานจากแหล่งต่างประเทศให้มากที่สุด การสร้างดุลยภาพพลังงานกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยคำนึงถึงดุลการค้า การส่งเสริมการลงทุนที่มีการแข่งขันที่สร้างโอกาสดึงดูดนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น มีขีดความสามารถในการบริหารจัดการควบคุมดูแลต้นทุนพลังงานที่ดีขึ้นเป็นประโยชน์กับภาคประชาชนและอุตสาหกรรม
(2)“พลิกโฉมไทยสู่ความมั่นคงทางอาหารโลก”
ปรับโครงสร้างภาคการเกษตร ประมง ปศุสัตว์และห่วงโซ่คุณค่าของระบบนิเวศเศรษฐกิจการเกษตรและอาหารทั้งอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์รวมทั้งสัตว์เลี้ยง ส่งเสริมการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรผลผลิตยั่งยืน เพิ่มผลิตภาพ เพิ่มมูลค่า มุ่งเน้นคุณภาพมาตรฐานสากล และการใช้เทคโนโลยี AI ความสร้างสรรค์ นวัตกรรมในการสร้างอัตลักษณ์ ความแตกต่าง ส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าคู่แข่ง การเร่งสร้างแบรนด์ การขยายตลาดสินค้า GI เชิงรุก การส่งเสริมพัฒนา Local food ingredients (ส่วนผสมอาหารภายในประเทศ) การยกระดับพัฒนาระบบแฟรนไชส์ไทยสู่มาตรฐานสากลที่แข่งขันได้และเปลี่ยนเกษตรกรสู่ “ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร” เปลี่ยน SMEs ไทยสู่ “SMEs ที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี”
(3)“พลิกโฉมไทยสู่ Longevity โลก”
การสร้างสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและความเป็นอยู่ที่ดีของไทยและต่างชาติ เขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองน่าอยู่และอาศัยของโลกสร้างโอกาสภาคอสังหาริมทรัพย์ ยกระดับขีดความสามารถทางการแพทย์ เทคโนโลยีการแพทย์ การแพทย์แผนไทย คุณภาพการรักษาพยาบาล เวชศาสตร์การฟื้นฟูสุขภาพ ความพร้อมในการบริหารจัดการดูแล
ผู้สูงวัยและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ สารสกัดสมุนไพรสปาไทยและความงาม เป็นต้น อีกทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมประกันภัยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
(4)“พลิกโฉมไทยสู่เมืองแห่งความสร้างสรรค์”
ประเทศแห่งคุณภาพของการบริการและความสร้างสรรค์ เมืองแห่งจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมูลค่าเพิ่ม การส่งเสริมและสร้างมูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมบันเทิง เพลง ละคร ภาพยนตร์และการแสดงไทย การโฆษณา การออกแบบ งานศิลปะ อุตสาหกรรมผ้าไทยและแฟชั่นไทยรวมทั้งกีฬามวยไทยที่มีความโดดเด่นด้วยอัตลักษณ์ความสร้างสรรค์ คุณภาพและสามารถขยายตลาดเพื่อการส่งออกสร้างรายได้เข้าประเทศร่วมได้ด้วย
การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเครื่องยนต์เร่งการเติบโตขยายตัวเศรษฐกิจของไทยที่ต้องเน้น “การพึ่งพาตนเอง” ลดความเสี่ยงด้วยการยกระดับความแม่นยำรวดเร็วเชื่อมโยงของการบริการภาครัฐอย่างเป็นระบบด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI การยกเครื่องกฎหมายที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน
การมีระบบบริหารจัดการเหมืองฐานข้อมูลทางการค้า เศรษฐกิจแต่ละประเทศเป้าหมายที่เพียงพอต่อการเจรจาวางแผนเจรจาการค้าขยายความร่วมมือดึงภาคเอกชนทุกขนาดใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจาก FTA มีกลยุทธ์การทูตประสานสิบทิศหลีกเลี่ยงวงจรขัดแย้งใช้ “เสบียงไทยเป็นขุมพลังเศรษฐกิจ” สร้างความมั่นคงทางอาหารให้ประเทศคู่ค้าอย่างตอบโจทย์
ขจัดทุนเทามียุทธวิธีในการนำเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ในระบบ ขยายฐานแรงงานและผู้ประกอบการในระบบเพิ่มขึ้น เพื่อเร่งให้ GDP ประเทศขยายตัวด้วย “เศรษฐกิจสีขาว” ในการกระจาย
โอกาส กระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความยากจนข้ามรุ่น เติมทุนมนุษย์ให้แข็งแรง “อธิปไตยความมั่นคงของชาติและเศรษฐกิจ” จะขึ้นกับความเข้มแข็งให้ประชาชนมีขีดความสามารถของการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยปัญญาและความพอเพียง
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 30 มกราคม 2569

