บริษัทญี่ปุ่น "เหนื่อยกว่าเดิม" หลังทุนจีน "บุกเวียดนาม"
ผู้ผลิตญี่ปุ่นเริ่ม "ตั้งการ์ดสูงขึ้น" ทั้งในตลาด แรงงาน และซัพพลายเชน เหตุผลสำรวจของ JETRO สะท้อนว่า บริษัทจีนไม่เพียงเข้ามาแย่งส่วนแบ่งธุรกิจ แต่ยังกลายเป็นคู่แข่งหลักในการดึงคนและทรัพยากร
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานอ้าง “มุมมองผู้ผลิตจากญี่ปุ่น” ที่ระบุว่า การแข่งขันในเวียดนามกำลังทวีความรุนแรงขึ้น หลังนักลงทุนจีนตั้งแต่ผู้ผลิตรถยนต์ไปจนถึงบริษัทเครื่องดื่มแห่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศ แนวโน้มนี้ยังสะท้อนให้เห็นในหลายประเทศทั่วอาเซียนด้วย
ในเวียดนาม ธุรกิจอุตสาหกรรมญี่ปุ่น 30.8% ระบุว่า คู่แข่งหลักของตนคือ “บริษัทจากจีน” ตามผลสำรวจปี 2025 ขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ซึ่งเป็นหน่วยงานกึ่งภาครัฐ โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 24.6% ในปี 2024 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก
ในการสำรวจประจำปีล่าสุด JETRO ได้สอบถามบริษัทญี่ปุ่น 906 แห่งในเวียดนาม จากทั้งหมด 3,172 แห่งทั่วอาเซียน ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน
ผลสำรวจของ JETRO ยังชี้ให้เห็นถึงการแข่งขันแย่งชิงแรงงานในเวียดนามที่รุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน มีอุปสรรคสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ ความล่าช้าในการดำเนินเอกสาร การพึ่งพาซัพพลายเออร์ท้องถิ่น และมาตรการภาษีของสหรัฐที่กดดันให้ภาคธุรกิจต้องมองหาลูกค้าในตลาดอื่น
ส่วนขั้นตอนที่ซับซ้อนอย่าง “การขอใบอนุญาต” เป็นปัญหาหลักที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 67.5% ระบุ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอาเซียนที่ 42.4% อย่างมีนัยสำคัญ
JETRO ระบุว่า บริษัทญี่ปุ่นในเวียดนาม 35% ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ โดยมีบริษัทในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมการขนส่งเป็นกำลังหลัก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั้งอาเซียนที่ 28.9% สะท้อนบทบาทของเวียดนามในฐานะ “ฐานการผลิตสำคัญ” ของภูมิภาค
หลังการเก็บภาษีศุลกากรถูกนำมาใช้เมื่อปีที่แล้ว ผู้ตอบแบบสอบถาม 30.3% ระบุว่า ได้หันไปหาลูกค้าเพิ่มขึ้นภายในเวียดนาม ขณะที่ 20.9% มองหาลูกค้าเพิ่มเติมในประเทศที่สาม
สำนักงานสถิติของเวียดนามระบุว่า แหล่งเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อันดับหนึ่งของเวียดนามในปี 2025 คือ “สิงคโปร์” ตามด้วยจีน และญี่ปุ่น ตามลำดับ โดยบริษัทจีนอย่าง Jinko Solar, เชนฟาสต์ฟู้ด Mixue และ BYD ซึ่งเป็นผู้ผลิตทั้งรถยนต์และอุปกรณ์ของ Apple ได้ขยายการดำเนินงานในเวียดนามอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เมื่อจำนวนผู้ประกอบการในพื้นที่เพิ่มขึ้น ผู้ตอบแบบสอบถามของ JETRO 48.2% ระบุว่า “การสรรหาบุคลากรทำได้ยากขึ้น” โดยชี้ว่า บริษัทจีนเป็นคู่แข่งหลัก ขณะที่ทั่วทั้งอาเซียน ผู้ตอบแบบสอบถาม 36.8% เห็นว่าการจ้างงานยากขึ้นเช่นกัน
การศึกษาของ JETRO ชี้ว่า การย้ายฐานการผลิตจากจีนและประเทศอื่น ๆ มายังเวียดนาม ยังคงดำเนินต่อไป โดยบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากคาดว่าการส่งออกจะเติบโต และ 56.9% ระบุว่ามีแผนขยายธุรกิจในเวียดนาม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งอาเซียนที่ 46.8% โดยอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวมากที่สุด ได้แก่ อาหาร ค้าปลีก เคมีภัณฑ์ และอิเล็กทรอนิกส์
“เวียดนามยังคงเป็นประเทศผู้นำในภูมิภาคอาเซียนเป็นปีที่สองติดต่อกัน ในแง่ของการที่ภาคธุรกิจตอบว่าต้องการขยายการลงทุนเพิ่มเติม” โอกาเบะ มิตสึโตชิ หัวหน้าผู้แทน JETRO ประจำเมืองโฮจิมินห์กล่าว
JETRO ระบุว่า อัตราการจัดซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศของบริษัทญี่ปุ่นอยู่ที่ 38.1% ในเวียดนาม เทียบกับ 42.9% ในระดับอาเซียน
ขณะที่งานวิจัยเชิงวิชาการเมื่อปีที่แล้วชี้ว่า การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทต่างชาติไปยังห่วงโซ่อุปทานของเวียดนาม ยังมีอยู่อย่างจำกัดมาก
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569

