6 ข้อผลประชุมในสหรัฐว่าด้วยแร่ธาตุสำคัญที่ไทยเข้าร่วม พร้อม 55 ประเทศ
รัฐบาลสหรัฐ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยแร่ธาตุสำคัญ (Critical Minerals Ministerial) ครั้งแรก ณ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กรุงวอชิงตัน โดยมีประเทศคู่ค้าเข้าร่วม 55 ประเทศ ทั้งจากภูมิภาคเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และแอฟริกา เข้าร่วมการประชุม รวมถึงไทย อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์
การประชุมจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ โดยในวันที่ 3 ก.พ. เป็นการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงการเสริมสร้างเครือข่าย ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และในวันที่ 4 ก.พ. จะเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรี

นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ พร้อมด้วยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดัก เบอร์กัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คริส ไรท์ และเอกอัครราชทูต เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ เป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้แทนจาก 54 ประเทศ และคณะกรรมาธิการยุโรป รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีอื่น ๆ อีก 43 คน
แต่ละประเทศให้คำมั่นที่จะร่วมมือกันเพื่อบรรลุข้อตกลงพหุภาคีที่มีผลผูกพันเกี่ยวกับการค้าแรร์เอิร์ท โดยเป็นความพยายามที่จะลดการพึ่งพาแรร์เอิร์ทจากจีน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในสงครามการค้าที่ยืดเยื้อระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ในการประชุมครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญ โดย “ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมทั้งหมด 6 ข้อ ดังนี้
(1)11 ประเทศใหม่ ร่วม MOU :
ในที่ประชุม สหรัฐลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เกี่ยวกับแรร์เอิร์ทแบบทวิภาคี ฉบับใหม่ 11 ฉบับ กับประเทศต่าง ๆ ได้แก่ อาร์เจนตินา หมู่เกาะคุก เอกวาดอร์ กินี โมร็อกโก ปารากวัย เปรู ฟิลิปปินส์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และอุซเบกิสถาน เพื่อขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาแร่ธาตุ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานและสนับสนุนผลประโยชน์และการจ้างงานของชาวอเมริกัน
(2)สภาวะการลงทุนที่มั่นคง :
รองประธานาธิบดีแวนซ์ เรียกร้องให้นานาชาติช่วยกันสร้างสภาวะการลงทุนที่มั่นคง โดยระบุว่า ในปัจจุบันตลาดแรร์เอิร์ทระหว่างประเทศกำลังล้มเหลว โดยเสนอแนวคิดศูนย์การค้าพิเศษสำหรับแรร์เอิร์ท ที่ได้รับการปกป้องจากการรบกวนจากภายนอก
(3)มาตรฐานราคาขั้นต่ำ :
รองประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยอย่างชัดเจนว่า สหรัฐกำลังมองหาข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับราคาขั้นต่ำ เพื่อลดการพึ่งพาจีน รวมถึงสร้างความมั่นใจว่า ผู้ผลิตในสหรัฐจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรสำคัญได้อย่างมั่นคง โดยสหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และเม็กซิโก ต่างเห็นพ้องกับสหรัฐ ในการกำหนดนโยบายใหม่ รวมถึงการกำหนดราคาขั้นต่ำ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน โดยสหรัฐและอียู ให้คำมั่นที่จะสรุป MOU ภายใน 30 วันข้างหน้า เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ
(4)เวทีการมีส่วนร่วมทางภูมิยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากร (FORGE) :
รัฐมนตรีรูบิโอ ประกาศจัดตั้งเวทีการมีส่วนร่วมทางภูมิยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากร (Forum on Resource Geostrategic Engagement : FORGE) ซึ่งเป็นโครงการต่อยอดจากหุ้นส่วนความมั่นคงทางแร่ (Minerals Security Partnership : MSP) โดยจะมีเกาหลีใต้ ดำรงตำแหน่งประธานจนถึงเดือนมิถุนายน 2026 และจะร่วมมือกันในระดับนโยบาย รวมถึงระดับโครงการ เพื่อผลักดันความคิดริเริ่มที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานแรร์เอิร์ท ที่มีความหลากหลาย ยืดหยุ่น และมั่นคง
(5)ความร่วมมือภาคเอกชน :
ในการประชุมวันที่ 3 ก.พ. ร่วมกับภาคเอกชน มีการลงนาม MOU ระหว่างเกลนคอร์ (Glencore) บริษัทผลิตและซื้อขายทรัพยากรธรรมชาติ และ Orion Critical Mineral Consortium ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ในการเข้าซื้อสินทรัพย์เหมืองแร่ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) อีกทั้งสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนผ่านทางโครงการ Pax Silica พันธมิตรห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐ ซึ่งจะให้ความร่วมมือด้านการทำเหมือง การกลั่นและการแปรรูป การใช้งานขั้นสุดท้าย และการรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ใหม่
(6)การสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ :
รองประธานาธิบดีแวนซ์ เน้นย้ำถึงอำนาจรัฐบาลในการให้กู้ยืมเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.1 แสนล้านบาท) สำหรับแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเป็นการกล่าวถึง Project Vault หรือคลังสำรองแร่ธาตุยุทธศาสตร์ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งจะผสานเงินทุนภาคเอกชน 1.67 พันล้านดอลลาร์ (53,000 ล้านบาท) กับเงินกู้ 10,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.1 แสนล้านบาท) จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของสหรัฐ (US Export-Import Bank) เพื่อจัดหาและจัดเก็บแร่ธาตุสำหรับภาคการผลิต (อ่านต่อ)
สำหรับประเทศไทย มีนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุม และส่งผู้แทนกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เข้าร่วมคณะผู้แทนไทยด้วย โดยกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า การเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ดังนี้
1)เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนากลไกห่วงโซ่อุปทานและข้อริเริ่มด้านแรร์เอิร์ท
2)ส่งเสริมบทบาทและโอกาสของไทย ในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านแรร์เอิร์ท ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
3)เพิ่มพูนขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ตลอดจนสร้างเครือข่ายกับผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนของสหรัฐ และประเทศหุ้นส่วนอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมโอกาสของความร่วมมือในอนาคต
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 สหรัฐและไทยลงนามบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับแร่หายาก ในงานการประชุมสุดยอดอาเซียน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ทำให้ไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569

