"TDRI" เตือน AI เขย่าตลาดงานไทย ยอดจ้างงานวูบ 10% เด็กจบใหม่หางานยากขึ้น
KEY POINTS :
* “ทีดีอาร์ไอ” เตือน! AI เขย่าตลาดงานไทย ทำยอดจ้างงานวูบเกือบ 10%
* พบ "กราฟิก" เสี่ยงสูงจากโมเดลการออกแบบโดย AI แต่วิศวกร นักบัญชี ความต้องการงานยังเพิ่ม
* ขณะที่ "เด็กจบใหม่" เผชิญวิกฤติถูกเมินจากภาวะ Seniority Bias องค์กรต้องการคนที่สามารถ "ตรวจสอบความถูกต้อง" (Validation) และจัดการกับข้อผิดพลาดของ AI ได้ทันที
* แนะรัฐช่วยแก้ปัญหาลดการว่างงานของเด็กจบใหม่จากผลกระทบ AI มากขึ้น

วันนี้ (10 ก.พ.2569) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้เปิดเผยผลการศึกษาเรื่อง “เมื่อ AI เขย่าตลาดงาน ใครอยู่ ใครไป โดย ดร. พุทธิพันธุ์ หิรัณยตระกูล นภพบ ทองระย้า ทีม Big Data ของ TDRI โดยมีสาระสำคัญดังนี้จากการวิเคราะห์ข้อมูลของทีม Big Data พบว่าตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่จากการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยภาพรวมความต้องการจ้างงานในช่วงปี 2567–2568 ปรับตัวลดลงถึง 9.6% ขณะที่ทักษะด้าน AI กลับกลายเป็น "มาตรฐานใหม่" ที่นายจ้างต้องการอย่างเร่งด่วน
โดยกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงที่สุดคือ นักออกแบบกราฟิก ซึ่งมียอดรับสมัครงานลดลงถึง 13% เนื่องจากความก้าวหน้าของ AI เช่น "Nano Banana" ของ Google Gemini ที่สามารถสร้าง Infographic พร้อมจัดวางตัวอักษรได้สมบูรณ์ในเวลาไม่กี่นาที ทำให้งานกราฟิกพื้นฐานถูก AI แย่งงานอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนกลุ่มที่ยังแข็งแกร่ง: คือ นักบัญชี ซึ่งมีความต้องการจ้างงานเติบโตสวนกระแสถึง 7% และ วิศวกรโยธา เนื่องจากทั้งสองอาชีพนี้ต้องอาศัยความรับผิดชอบทางกฎหมาย การตรวจสอบความถูกต้อง และการตัดสินใจเชิงวิชาชีพที่ AI ยังไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้ในขณะนี้
ขณะที่กลุ่มวิศวกรซอฟต์แวร์ แม้ความต้องการจ้างงานจะลดลงเล็กน้อย (5.3%) แต่ทักษะ AI กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญ โดยมีประกาศงานที่ต้องการทักษะนี้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว (94.6%)
นอกจากนั้นพบว่าวิกฤติเด็กจบใหม่ นั้นมีความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากองค์กรต่างๆเริ่มต้องการแค่ คนตรวจงานที่ทำจาก AI ดังนั้นประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ปรากฏการณ์ "ความลำเอียงต่อผู้มีประสบการณ์" (Seniority Bias) โดยผลการศึกษาพบว่านายจ้างมักเรียกหาแรงงานที่มีประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไปเพื่อมาใช้งาน AI เนื่องจากองค์กรต้องการคนที่สามารถ "ตรวจสอบความถูกต้อง" (Validation) และจัดการกับข้อผิดพลาดของ AI ได้ทันที มากกว่าที่จะจ้างเด็กจบใหม่มาฝึกฝนทักษะนี้คู่กับการเรียนรู้ AI ไปด้วย

โดยภาวะดังกล่าวส่งผลให้ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น (Entry-level) หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้สิ่งที่เรียกว่าท่อส่งกำลังคน (Talent Pipeline) เสียหาย ในระยะยาว หากแรงงานรุ่นใหม่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อสะสมประสบการณ์ได้ ประเทศไทยจะเผชิญกับวิกฤติขาดแคลนแรงงานทักษะสูงอย่างรุนแรงเมื่อคนรุ่นเก่าเกษียณไป
ทั้งนี้ทีม Big Data ของ TDRI มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาที่สำคัญดังนี้
(1)ภาคการศึกษา ต้องปรับเกณฑ์การวัดผลจากการดูเพียง "ผลลัพธ์" มาเป็นการเน้น "กระบวนการคิด และการตรวจสอบ" เพื่อสร้างบัณฑิตที่สามารถกำกับ และต่อยอดงานจาก AI ได้
(2)ภาคเอกชน ต้องเปิดพื้นที่ให้เด็กจบใหม่ได้เติบโต โดยการออกแบบงานระดับต้นใหม่ที่เน้นการทำงานร่วมกับ AI
(3)ภาครัฐ ควรมีมาตรการจูงใจ (Incentive) ให้บริษัทต่างๆ ปรับโครงสร้างองค์กรแบบ "AI-Human Partnership" มากกว่าการใช้ AI เพื่อลดต้นทุนด้วยการปลดพนักงานเพียงอย่างเดียว
“ข้อมูลปี 2568 ชี้ชัดว่า เราไม่อาจปล่อยให้กลไกตลาดจัดการปัญหานี้โดยลำพัง เนื่องจากตลาดย่อมมุ่งสู่ประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการเฟ้นหาเฉพาะยอดฝีมือ และทิ้ง ต้นกล้า ไว้ข้างหลัง ข้อเสนอแนะเชิงจึงไม่ใช่การขัดขวาง AI แต่คือ การสร้างสะพาน'เพื่อเชื่อมช่องว่างประสบการณ์ (Experience Gap) ที่กำลังถ่างกว้างขึ้น” ทีมวิจัยของ TDRI ระบุ
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

