สถานทูตญี่ปุ่น ฉลองวันชาติ 2026 ทูตย้ำมุ่งเสริมความร่วมมือไทยหลายสาขา
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย จัดงานเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีแขกผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, เอกอัครราชทูตจากหลายๆ ประเทศ และอื่นๆ เพื่อเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาครบ 66 ปี ของสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น และเนื่องในวันชาติญี่ปุ่น


นายมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์ว่า สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งประเทศญี่ปุ้น ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และทรงพัฒนาสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพระหว่างประเทศมาตลอด จึงขอขอบคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานนี้ โดยประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยแลกเปลี่ยนกันมาอย่างยาวนานกว่า 400 ปี และจะครบรอบความไทย-ญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2570
ซึ่งปัจจุบัน มีบริษัทเอกชนญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยกว่า 6,000 บริษัท และมีมูลค่าการลงทุนสะสมรวมประมาณ 4 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะอุตสากรรมยานยนต์ที่เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่น-ไทย ทั้งนี้ ญี่ปุ่นและไทยมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาในอีกหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม การแพทย์ และสาธารณสุข ความร่วมมือด้านอวกาศ การเกษตร และพลังงาน เป็นต้น


ด้านการท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2568 มีจำนวนผู้เดินระหว่างสองประเทศมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าและสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดี โดยทูตโอตากะมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์และเอเชียนพาราเกมส์ ณ เมือง นาโกยะ จังหวัดไอจิ ในเดือนกันยายนนี้ ที่มีประเทศและเขตเศรษฐกิจจากเอเชียกว่า 45 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน จะเป็นการเสริมสร้างและกระชับสายสัมพันธ์ระดับภูมิภาคให้แน่นแฟ้นขึ้น
ทูตโอตากะยังได้พูดถึงสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่มีความตึงเครียดและยากต่อคาดการณ์ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับแผ่นดินไหวและอุทกภัยทางภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ้นได้มอบความช่วยเหลือทั้งทางด้านสิ่งของและเงินบริจาค อีกทั้งยังได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเพื่อมายกระดับขีดความสามารถในการป้องกันภัยพิบัติให้แก่ประเทศไทยอีกด้วย นอกจากนั้น ยังมีในส่วนของปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยท่านทูตได้แสดงความปิติที่ประเทศไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นที่เรียบร้อย และยังมีสถานการณ์ในภูมิภาคอื่นๆ ที่ทูตโอตากะระบุว่า ประเทศญี่ปุ่นจะยังคงให้การสนับสนุนประเทศยูเครนที่กำลังเผชิญปัญหารุกราน และจะตอบสนองต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงสถานการณ์ในฉนวนกาซาอย่างใกล้ชิดต่อไป
ต่อมา นายอนุทิน ขึ้นกล่าวแสดงความยินดีกับสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น เนื่องในวโรกาสพระชนมพรรษาครบ 66 ปี และเนื่องในวันชาติญี่ปุ่น โดยในฐานะตัวแทนของประเทศไทย ขอกล่าวอวยพรให้สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นทรงพระเกษมสำราญ พระพลานามัยสมบูรณ์ และขอให้พระองค์มีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน อีกทั้งยังได้พูดถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นตลอดเกือบ 140 ปี นอกจากนั้น นายอนุทินยังได้พูดถึงนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งนายอนุทินกล่าวว่า ขอสนับสนุน และแสดงความยินดีกับนางทาคาอิจิที่ชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ไทยและญี่ปุ่นจัดการเลือกตั้งวันเดียวกัน อีกทั้งพวกเรายังชนะในวันเดียวกันอีกด้วย จึงคาดหวังที่จะได้พบนางทาคาอิจิเพื่อผลักดันความร่วมมือ และเฉลิมฉลองชัยชนะร่วมกัน



ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมและบูธจัดแสดงกว่า 75 บูธ พร้อมการแสดงจากคณะนักแสดง 15 คณะ รวมกว่า 49 ชีวิต ซึ่งถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านดนตรี ศิลปะ บัลเลต์ การร่ายรำอาวะโอโดริ กลองไทโกะ และการเชิดสิงโตแบบญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์
ในส่วนนิทรรศการ สถานทูตญี่ปุ่นได้มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์คุณภาพที่สะท้อนถึงนวัตกรรมและเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น โดยมีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพผิวกายจากแบรนด์ Otsuka ไปจนถึงแบรนด์รถยนต์ชื่อดังอย่างฮอนด้าที่นำรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบรุ่น Super Ev มาเผยโฉมเพื่อแสดงทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตของทางบริษัท
สำหรับโซนวัฒนธรรมอาหารและสินค้าท้องถิ่น ได้มีการเน้นย้ำเสน่ห์ของญี่ปุ่นผ่านการแนะนำของดีประจำจังหวัด ทั้งสตรอว์เบอร์รีรสหวานฉ่ำ เนื้อวากิวชั้นเลิศ และสาเกเกรดพรีเมียม รวมถึงเมนูยอดนิยมที่ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของญี่ปุ่น ได้เป็นอย่างดี อาทิ ซอฟต์เสิร์ฟจาก ‘Nissei’ มันหวานคัดเกรดจาก ‘Calbee’ และซูชิจากร้าน ‘Ginsara’

นอกจากนี้ นายมาซาโตะ ยังได้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะและดนตรีเพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมญี่ปุ่น พร้อมทั้งแนะแนวโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา และการประชาสัมพันธ์เตรียมความพร้อมสำหรับงานพืชสวนโลกปี 2027 ณ เมืองโยโกฮามา ซึ่งเป็นงานพืชสวนสุดยิ่งใหญ่ในรอบ 37 ปีของญี่ปุ่น
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569

