กุ้ยโจวเร่งยกระดับพลังงาน สร้างระบบไฟฟ้าใหม่และขยายพลังงานสะอาด
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 สำนักข่าวของรัฐบาลมณฑลกุ้ยโจวได้จัดแถลงข่าวเพื่อนำเสนอผลความสำเร็จในการพัฒนาระบบพลังงานของมณฑลในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2564-2568) โดยครอบคลุมใน 5 ด้านหลัก ได้แก่
(1)การปรับโครงสร้างและยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 มณฑลกุ้ยโจวมีมูลค่าการลงทุนสะสมด้านพลังงานมากกว่า 420,000 ล้านหยวน โดยฐานอุตสาหกรรมพลังงานและพลังงานรูปแบบใหม่มีมูลค่าผลผลิตคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 35 ของฐานอุตสาหกรรมหลัก 6 ประเภทของมณฑล ได้แก่ พลังงานและพลังงานรูปแบบใหม่ การแปรรูปโลหะ วัสดุและแบตเตอรี่พลังงานใหม่ พลังการประมวลผล สุราขาว และการผลิตอุปกรณ์ขั้นสูง
การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมถ่านหินในเชิงยุทธศาสตร์มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้กำลังการผลิตและปริมาณการผลิตถ่านหินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การก่อสร้างระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โดยมีการพัฒนาระบบพลังงานที่หลากหลาย ทั้งพลังน้ำ พลังลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังความร้อน และระบบกักเก็บพลังงาน ให้สามารถทำงานเกื้อหนุนและบูรณาการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงและเสถียรมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ มณฑลกุ้ยโจวยังเร่งพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติประเภท Unconventional Gas อย่างจริงจัง ซึ่งหมายถึงก๊าซธรรมชาติที่สะสมอยู่ในชั้นหินหรือโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่มีความหนาแน่นสูง ไม่สามารถไหลออกมาได้เอง จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะในการสกัด โดยเฉพาะก๊าซมีเทนในชั้นถ่านหิน (Coalbed Methane) และก๊าซธรรมชาติจากหินดินดาน (Shale Gas) ซึ่งมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของมณฑล
(2)การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากขึ้น
มณฑลกุ้ยโจวเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยขยายโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ เสริมความแข็งแกร่งของโครงข่ายไฟฟ้าหลักควบคู่กับระบบในเมืองและชนบท โดยเฉพาะการแก้ไขจุดอ่อนในพื้นที่ชนบท พร้อมทั้งขยายโครงข่ายไฟฟ้า 220 กิโลโวลต์ให้ครอบคลุมทุกอำเภอ เพื่อยกระดับความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าทั้งมณฑล
อีกทั้งยังได้พัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว โดย ณ สิ้นปี 2568 มีจุดชาร์จกว่า 250,000 จุด และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 59 แห่ง ครอบคลุม 88 อำเภอ และ 1,145 ตำบล รวมถึงพื้นที่ทางด่วน พร้อมส่งเสริมการใช้รถบรรทุกไฟฟ้ากว่า 6,600 คัน นอกจากนี้ โครงข่ายท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีความยาวรวม 5,158 กิโลเมตร เพิ่มขึ้น 1,658 กิโลเมตรจากปี 2563 สะท้อนการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง
(3)การยกระดับขีดความสามารถด้านการจัดหาและการบริหารจัดการพลังงาน
ในช่วงแผนพัฒนา ฉบับที่ 14 มณฑลกุ้ยโจวได้ยกระดับบทบาทของถ่านหินจากการเป็นเพียงเชื้อเพลิง ไปสู่การเป็นทั้งเชื้อเพลิงและวัตถุดิบอุตสาหกรรม เช่น การผลิตเมทานอลและก๊าซสังเคราะห์จากถ่านหิน ส่งผลให้กำลังการล้างและคัดแยกถ่านหินเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 220 ล้านตัน และสามารถรักษาอัตราการปฏิบัติตามสัญญาจัดหาถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้าระยะกลางและระยะยาวไว้สูงกว่าร้อยละ 90 อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ระบบไฟฟ้ายังมีเสถียรภาพ สามารถรองรับความต้องการภายในมณฑลและสนับสนุนการส่งไฟฟ้าตาม “โครงการส่งไฟฟ้าจากภาคตะวันตกสู่ภาคตะวันออกของจีน” โดยมียอดส่งออกไฟฟ้าสะสมกว่า 330,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง
ด้านความมั่นคงของพลังงาน กุ้ยโจวมีการจัดหาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันอย่างเพียงพอ โดยปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติในช่วงแผนฯ 14 เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 16 ต่อปี และคาดว่าในปี 2568 จะมีการใช้มากกว่า 3,500 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2563 ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 8.297 ล้านตัน โดยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนหรือหยุดจ่ายพลังงานแต่อย่างใด
(4)การปฏิรูปด้านพลังงานเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มแรงขับเคลื่อนการพัฒนา
มณฑลกุ้ยโจวได้ยกระดับกลไกการบริหารจัดการพลังงานให้มีความเป็นระบบมากขึ้น โดยทยอยจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมพลังงานในทุกระดับ ทั้งระดับเมืองและอำเภอ ส่งผลให้ขอบเขตอำนาจหน้าที่มีความชัดเจน เป็นระเบียบ และเอื้อต่อการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ
การปฏิรูปตลาดไฟฟ้าดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการนำร่องสำคัญหลายประการ อาทิ การเปิดตัว “แผนตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้า” ระดับมณฑลแห่งแรกของจีน การจำลองซื้อขายไฟฟ้าระดับอำเภอครั้งแรกในเขตภาคใต้ของจีน และการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสีเขียวข้ามมณฑลชุดแรกของประเทศ นอกจากนี้ ยังพัฒนาการให้บริการด้านไฟฟ้าให้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเป็นพื้นที่แรกในภูมิภาคตะวันตกที่ให้บริการ “ขอใช้ไฟฟ้าด้วยการสแกนใบหน้า” และ “ขอใช้ไฟฟ้าด้วยเอกสารฉบับเดียว” รวมถึงรองรับการยื่นคำขอข้ามพื้นที่ร่วมกับนครฉงชิ่งผ่านระบบออนไลน์ ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
(5)ความปลอดภัยด้านพลังงานโดนรวมมีเสถียรภาพและดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อุบัติเหตุในอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินของมณฑลกุ้ยโจวลดลงอย่างชัดเจน โดยจำนวนอุบัติเหตุลดลงร้อยละ 53 และจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 35 อีกทั้งตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา ไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในอุตสาหกรรมถ่านหิน และในปี 2568 จำนวนอุบัติเหตุลดลงอีก 15 กรณี พร้อมจำนวนผู้เสียชีวิตลดลง 15 ราย สะท้อนถึงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การพัฒนาเหมืองแร่และเหมืองถ่านหินสู่ระบบเครื่องจักรและเทคโนโลยีอัจฉริยะมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดย ณ สิ้นปี 2568 มีเหมืองอัจฉริยะรวม 155 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2563 จำนวน 142 แห่ง และเหมืองถ่านหินอัจฉริยะเพิ่มจากศูนย์แห่งเป็น 61 แห่ง ปัจจุบันเหมืองถ่านหินที่เปิดดำเนินการทั้งหมดใช้การขุดเจาะด้วยเครื่องจักรแทนแรงงานคน อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมีความมั่นคง โดยในช่วงแผนฯ 14 ท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไม่เกิดอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ และโรงไฟฟ้าหลักดำเนินงานอย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพ (ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

