ราคาก๊าซ LNG ในเอเชีย "พุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี" รับสงครามอิหร่าน
ราคาก๊าซแอลอ็นจีในเอเชีย พุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่าจากสัปดาห์ที่แล้ว แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี หลังโรงงานส่งออกเบอร์ 1 โลกของ "กาตาร์" ปิดตัวลงชั่วคราว และช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก
บลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในเอเชีย พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2023 เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้โรงงานส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในโลกของกาตาร์ต้องปิดตัวลง และการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก
ราคาแอลอ็นจีตลาดสปอต พุ่งแตะระดับ 25.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู ในการซื้อขายฝั่งเอเชียวันนี้ (4 มี.ค.) ตามข้อมูลจากผู้ค้า ซึ่ง "เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า" จากราคาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และคาดว่าจะมีแรงกดดันให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นอีก ตราบใดที่การผลิตของกาตาร์ยังคงหยุดชะงักและเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น

ทั้งนี้ กาตาร์ผลิต LNG ประมาณ 1 ใน 5 ของโลก และส่วนใหญ่ส่งออกไปยังผู้ซื้อในเอเชีย ได้แก่ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน ขณะนี้ผู้นำเข้าเหล่านี้กำลังเร่งหาทางเลือกอื่น เนื่องจากมีความกังวลมากขึ้นว่าการหยุดชะงักจะยืดเยื้อ
อีแวน ตัน นักวิเคราะห์ตลาดแอลเอ็นจีจากบริษัท ICIS กล่าวว่า ผลกระทบทันทีอย่างหนึ่งคือ การแข่งขันกันแย่งซื้อก๊าซระหว่างยุโรปกับเอเชีย เนื่องจากการขนส่งก๊าซมักถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังตลาดที่ให้ราคาสูงกว่า โดยผู้ค้ากำลังจับตาส่วนต่างราคาว่าภูมิภาคใดจะให้ผลตอบแทนดีกว่า
ส่วนประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากการระงับส่งก๊าซของกาตาร์มากที่สุดก็คือ "จีนและอินเดีย" เนื่องจากมีการนำเข้าในระดับสูง และประเทศเหล่านี้อาจหันไปใช้ทางเลือกอื่น เช่น "ถ่านหิน" แทนที่จะซื้อก๊าซในตลาดสปอตที่มีราคาแพง และในระยะยาว ผลกระทบอาจผลักดันให้บริษัทต่างๆ ทบทวนกลยุทธ์การกระจายพอร์ตการลงทุนของตนเองด้วย
ด้านราคาก๊าซธรรมชาติใน "ยุโรป" พุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 เช่นกัน โดยราคาเพิ่มขึ้นไปแล้ว 70% ตั้งแต่วันศุกร์ เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาที่การระงับการส่งก๊าซของกาตาร์จะยืดเยื้อต่อไปแค่ไหน สถานการณ์นี้คุกคามความสามารถของสหภาพยุโรป (อียู) ในการสร้างสต็อกสำรองสำหรับฤดูหนาวปลายปีนี้ เนื่องจากอียูกำลังพยายามทยอยลดการนำเข้าก๊าซจากรัสเซีย
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 4 มีนาคม 2569

