"สงครามโลก" เกมอำนาจใหม่ "ไทย" ต้องตั้งหลัก
โลกกำลังยืนอยู่บนจุดเปราะบางอีกครั้งเมื่อความตึงเครียดระหว่าง "สหรัฐ" และ "อิหร่าน" ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจโลกชัดเจน โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่มีการขนส่งน้ำมันดิบของโลกผ่านมากกว่า 1 ใน 5 ของปริมาณทั้งหมด
หากสถานการณ์ยกระดับไปสู่สงครามเต็มรูปมากกว่านี้ ผลกระทบจะไม่จำกัดอยู่แค่ในภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น แต่จะลุกลามไปทั่วโลกผ่านกลไกราคาพลังงาน การค้า และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ “ประเทศไทย” ในฐานะประเทศที่พึ่งพาเศรษฐกิจโลกอย่างสูงย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงแรงกระแทกดังกล่าวได้
โครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการค้าและการท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นสัดส่วนสูง ทำให้ราวๆ สองในสามของการเติบโตเชื่อมโยงกับภาวะเศรษฐกิจโลก เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิต การขนส่ง และค่าครองชีพจะเพิ่มขึ้นเป็นลูกโซ่ ภาคธุรกิจจะเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น กำลังซื้อประชาชนทรุด เศรษฐกิจวิกฤติเป็นวงกว้าง ยิ่งหากความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐ และ อิหร่าน ยืดเยื้อขยายวงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ความไม่แน่นอนจะยิ่งทำให้การลงทุนทั่วโลกชะลอตัว เงินทุนเคลื่อนย้ายรวดเร็ว ค่าเงินผันผวน และตลาดการเงินเปราะบางมากขึ้น
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับประเทศไทย คือ ความมั่นคงด้านพลังงาน เพราะเรายังต้องพึ่งการนำเข้าน้ำมันดิบและพลังงานจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง เมื่อเส้นทางสำคัญอย่าง ช่องแคบฮอร์มุซ ถูกปิดตาย การจัดหาพลังงานย่อมมีต้นทุนสูงขึ้นและอาจเกิดภาวะขาดแคลนในบางช่วงเวลา “พลังงาน” คือ “เส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ” ที่หล่อเลี้ยงภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และการใช้ชีวิตประจำวัน หากไม่มีการเตรียมการล่วงหน้า ประเทศอาจต้องเผชิญแรงกดดันทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมพร้อมกัน
ประเทศไทยต้องเตรียมมาตรการรับมือวิกฤติครั้งนี้ในทุกมิติ ทั้งบริหารสต็อกพลังงานสำรอง ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค ควบคุมเงินเฟ้อและเสถียรภาพค่าเงิน รวมถึงเร่งกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน เพิ่มแหล่งนำเข้าพลังงานจากภูมิภาคอื่น ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำรอง สนับสนุนเทคโนโลยีประหยัดพลังงานในภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง เร่งพัฒนาพลังงานทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในระยะยาว
บทเรียนจากวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้ ชี้ว่าประเทศที่รับมือได้ดีที่สุดไม่ใช่ประเทศที่ไม่มีความเสี่ยง แต่คือประเทศที่เตรียมพร้อมล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ผู้นำประเทศต้องมีทั้งวิสัยทัศน์และความกล้าตัดสินใจ วางแผนสำรอง แผนฉุกเฉิน และยุทธศาสตร์ระยะยาวควบคู่กันไป เพราะความมั่นคงด้านพลังงานในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นเศรษฐกิจ แต่คือรากฐานความมั่นคงของประเทศในวันข้างหน้า
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 6 มีนาคม 2569

