โครงสร้างประชากรหนุนเวียดนาม ขึ้นแท่นฐานผลิตใหม่ของภูมิภาค
เวียดนามกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการลงทุนที่โดดเด่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางการแข่งขันดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติที่ทวีความเข้มข้นในภูมิภาค สื่อท้องถิ่นอย่าง Vietnam News รายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายจงเจริญ จอมจักร์ รองประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (ThaiCham) ซึ่งระบุว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของเวียดนามในการดึงดูด FDI กำลังสร้างแรงกดดันเชิงแข่งขันต่อประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน
Bangkok Post รายงานว่า รัฐบาลเวียดนามเดินหน้ามาตรการส่งเสริมการลงทุนต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพการส่งออก ส่งผลให้บริษัทต่างชาติ รวมถึงบริษัทไทยในเวียดนาม มีแนวโน้มขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น
แรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจเวียดนามในปัจจุบันมาจากภาคการผลิต การท่องเที่ยว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และโครงสร้างประชากรที่เอื้อต่อการเติบโต รัฐบาลตั้งเป้าให้อัตราการเติบโต GDP เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% ต่อปีในช่วงปี 2568–2573
โดยในปี 2568 เศรษฐกิจขยายตัวมากกว่า 8% ปัจจุบันเวียดนามมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังวางตำแหน่งประเทศสู่การเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มในภาคการผลิต
อีกหนึ่งจุดแข็งของเวียดนามคือโครงสร้างประชากรที่มีอายุแรงงานเฉลี่ยราว 33 ปี ต่ำกว่าประเทศไทยอย่างชัดเจน ประกอบกับต้นทุนแรงงานที่แข่งขันได้และกำลังแรงงานจำนวนมาก ทำให้เวียดนามถูกมองว่ามีศักยภาพเติบโตในระยะยาว
นอกจากนี้ เวียดนามยังได้ลงนามความตกลงการค้าเสรีกับกว่า 65 ประเทศ ช่วยเปิดทางเข้าถึงตลาดโลกได้สะดวกยิ่งขึ้น การขยายบทบาทของเวียดนามในฐานะจุดหมายการลงทุนสำคัญ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจภูมิภาค และเป็นสัญญาณให้ไทยต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันต่อไป (ข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 9 มีนาคม 2569

