สหรัฐเตรียมปล่อยน้ำมันสำรอง 172 ล้านบาร์เรล ตามแผนของ IEA
สหรัฐเตรียมปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรล ตามแผนของ IEA เพื่อดึงน้ำมันสำรองมาใช้ ขณะสงครามอิหร่านสหรัฐยังคงยืดเยื้อ หลังสหรัฐร่วมอิสราเอลเปิดโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.69
บลูมเบิร์ก รายงานว่า รัฐบาลทรัมป์ วางแผนที่จะปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรล จากคลังสำรองน้ำมันฉุกเฉินของสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกันของประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อบรรเทาราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางสงครามอิหร่าน
การระบายสต๊อกน้ำมันครั้งนี้ ซึ่งประกาศในแถลงการณ์โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คริส ไรท์ จะใช้เวลาประมาณ 120 วันในการส่งมอบทั้งหมด น้ำมันดังกล่าวจะมาจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของกระทรวงพลังงานสหรัฐ นี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนของประเทศสมาชิกองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ที่จะปล่อยน้ำมันรวม 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองทั่วโลก
ราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่สหรัฐ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สงครามดังกล่าวทำให้การขนส่งทางเรือหยุดชะงักเกือบทั้งหมดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก
ปัจจุบันคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์มีปริมาณน้ำมันอยู่ประมาณ 415 ล้านบาร์เรล คิดเป็นประมาณ 60% ของความจุทั้งหมด หลังจากที่รัฐบาลไบเดนชุดก่อนได้ดึงน้ำมันออกมาใช้หลายครั้ง ซึ่งรวมถึงการขายน้ำมันจำนวน 180 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด เพื่อช่วยลดราคาน้ำมันเบนซินหลังจากรัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2022 ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากทรัมป์ และพรรครีพับลิกันคนอื่นๆ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้คำมั่นว่าจะเติมน้ำมันในคลังสำรองนี้ให้เต็มอีกครั้ง คลังสำรองนี้ถูกสร้างขึ้นหลังจากการคว่ำบาตรน้ำมันของกลุ่มประเทศอาหรับในทศวรรษ 1970 ในโพรงเกลือใต้ดินตามแนวชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐ มีความจุสูงสุดประมาณ 713.5 ล้านบาร์เรล
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 12 มีนาคม 2569

