กองทุนน้ำมันฯ อุ้มดีเซล 18.31 บาท/ลิตร ล่าสุดติดลบพุ่งกว่า 1.2 หมื่นล้าน
KEY POINTS :
* กบน. อนุมัติใช้งบอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาและ B20 สูงสุด 18.31 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงราคาขายปลีกไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร
* มาตรการดังกล่าวส่งผลให้สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 15 มี.ค. 2569 มียอดติดลบรวม 12,605 ล้านบาท
* การติดลบของกองทุนฯ มาจากบัญชี LPG ที่ติดลบ 37,621 ล้านบาท ในขณะที่บัญชีน้ำมันยังคงเป็นบวก 25,016 ล้านบาท
* การอุดหนุนราคาครั้งนี้เป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป
รายงานข่าวจาก คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เร่งใช้งบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลสูงสุด 18.31 บาทต่อลิตร เพื่อสกัดราคาขายปลีกไม่ให้พุ่งเกิน 30 บาทต่อลิตร หลังราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนหนัก กระทบต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพประชาชน โดยย้ำเป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา พร้อมยึดหลักสะท้อนต้นทุนจริงและหลีกเลี่ยงการอุดหนุนข้ามกลุ่ม
สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า กบน. ได้ออกประกาศฉบับที่ 21 พ.ศ. 2569 เรื่องการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน เงินชดเชย เงินคืนจากกองทุน และเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบริหารจัดการราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับเหมาะสม ภายใต้กรอบนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)และพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชน หลังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มจนเกินระดับที่เหมาะสม ซึ่งกำหนดไว้ที่มากกว่า 30 บาทต่อลิตร หากปล่อยให้ราคาปรับขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

อย่างไรก็ตาม กบน. ระบุว่า การแทรกแซงราคาน้ำมันครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น โดยยังคงยึดหลักการสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของพลังงาน เพื่อไม่ให้บิดเบือนกลไกตลาด และหลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาน้ำมันข้ามกลุ่ม (Cross Subsidy)
สำหรับโครงสร้างอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยใหม่ พบว่า กลุ่มน้ำมันดีเซลได้รับการอุดหนุนสูงสุด โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาและ B20 ได้รับเงินชดเชย 18.31 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลหมุนเร็วพรีเมียมต้องส่งเงินเข้ากองทุน 1.50 บาทต่อลิตร
ในส่วนของกลุ่มแก๊สโซฮอล กำหนดให้ E20 ได้รับเงินชดเชยสูงสุด 9.85 บาทต่อลิตร รองลงมาคือแก๊สโซฮอล 95 และ 91 ได้รับ 8.37 บาทต่อลิตร ส่วน E85 ได้รับ 2.28 บาทต่อลิตร
ขณะที่ กลุ่มน้ำมันเบนซิน กำหนดให้ส่งเงินเข้ากองทุน 0.10 บาทต่อลิตร เช่นเดียวกับน้ำมันก๊าด ส่วนดีเซลหมุนช้าส่งเงินเข้ากองทุน 1.20 บาทต่อลิตร และน้ำมันเตาส่งเงินเข้ากองทุน 0.06 บาทต่อลิตร
ประกาศดังกล่าวลงนามโดย นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 พร้อมยกเลิกประกาศฉบับที่ 20 ก่อนหน้า และให้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศและการนำเข้า รวมถึงกำหนดอัตราเงินคืนจากกองทุนในกรณีส่งออก เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน
ส่วนสถานะกองทุนน้ำมัน ณ วันที่ 15 มี.ค. 2569 พบว่า บัญชีกองทุนน้ำมันติดลบ 12,605 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวก 25,016 ล้านบาท ขณะที่บัญชี LPG ติดลบ 37,621 ล้านบาท
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 16 มีนาคม 2569

