"โมเดลการกิน" ที่เหมาะกับคนไทย ส่วน "พีระมิดกลับหัวอเมริกา" เสี่ยง 2 โรคสำคัญ
KEY POINTS :
* กรมอนามัยเตือนว่าโมเดลโภชนาการ 'พีระมิดกลับหัว' ของสหรัฐฯ ที่เน้นเนื้อแดง ชีส และนมไขมันเต็มส่วน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและเพิ่มภาระการทำงานของไต
* โมเดลการกินที่เหมาะสมกับคนไทยคือ "ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี" ซึ่งใช้หลัก "ธงโภชนาการ" และ "โภชนบัญญัติ 9 ประการ" ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
* หลักโภชนาการของไทยเน้นความสมดุล โดยให้กินข้าว-แป้งเป็นอาหารหลัก รองลงมาคือผักและผลไม้ และบริโภคน้ำมัน น้ำตาล เกลือในปริมาณน้อยที่สุด
เมื่อเร็วๆนี้ สหรัฐอเมริกา ได้ออกคำแนะนำโภชนาการใหม่ สำหรับชาวอเมริกันปี 2026 ซึ่งจะกลายเป็นนโยบายแห่งชาติด้านโภชนาการ และจะถูกนำไปใช้ในทุกโรงเรียนทั่วสหรัฐอเมริกา ปี 2025 - 2030 ออกมาในทรง "พีระมิดกลับหัว" ซึ่งแตกต่างจากของเดิมอย่างสิ้นเชิง
สำหรับคำแนะนำโภชนาการแบบพีระมิดกลับหัว ของอเมริกา เน้นกินอาหารธรรมชาติ ลดอาหารแปรรูปขั้นสูง เน้นโปรตันจากเนื้อสัตว์ ชีส และผัก สนับสนุนเนื้อแดง เนย ชีวและผลิตถัณฑ์นมแบบบไขมันเต็ม และกินโปรตีนจากพืช ถั่วต่างๆปริมาณน้อยโดยอยู่ส่วนล่างสุด

เสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ-เพิ่มภาระไต :
ส่งผลให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มที่จะนำแนวทางโภชนาการใหม่ของอเมริกันมาใช้เช่นเดียวกัน แต่ล่าสุด สำนักโภชนการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้ข้อมูลว่า Dietary Guidelines ของสหรัฐฯ มีการเน้นเนื้อสัตว์สีแดง ชีส และนมไขมันเต็มส่วน ซึ่งหลายองค์กรระดับโลก ออกมาแสดงความกังวลว่า เสี่ยงได้รับไขมันอิ่มตัวและโซเดียมเกินเกณฑ์ การเน้นเนื้อแดงและไขมันสัตว์ อาจทำให้ได้รับโซเดียมและไขมันอิ่มตัวเกินเกณฑ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจ
อีกทั้ง การ Dietary Guidelines ของสหรัฐฯ กล่าวถึงการบริโภคเนย ไขมันวัว เนื้อแดงและนมไขมันเต็มส่วน ทำให้เกิดความสับสน เมื่อเทียบกับช้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก(WHO) ที่ให้จำกัดไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10 %ของพลังงานทั้งหมด
รวมถึง ระดับโปรตีนที่สูงกว่าคำแนะนำขั้นต่ำ การบริโภคโปรตีน 1.2-1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน สูงกว่าคำแนะนำขั้นต่ำ 0.8 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ประมาณ 50-100 % อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และความเสี่ยงต่อการทำงานของไต การบริโภคโปรตีนในปริมาณสูง โดยเฉพาะจากสัตว์เป็นหลัก อาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและเพิ่มภาระการทำงานของไตในระยะยาว
หลักโภชนาการ ออกแบบเฉพาะเพื่อคนไทย :
สำหรับคนไทยควรยึดหลักโภชนาการ ตาม "Food-Based Dietary Guidelines" หรือข้อปฏิบัติการกินอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของไทย ฉบับใหม่ปี 2568 เน้นความสมดุล (Balanced diet) กินอาหารให้ครบ 6 กลุ่ม คือ ข้าวแป้ง-ผัก-ผลไม้-เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน-นม-ไขมัน เน้นอาหารธรรมชาติ ลดแปรรูป ปรุงสุกใหม่
แบ่งเป็น 2 ด้านควบคู่กัน เชิงปริมาณ "ธงโภชนาการ" และ เชิงคุณภาพ "โภชนบัญญัติ 9 ประการ" ที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ
ธงโภชนาการไทย แบบพีระมิดกลับหัว :
* ฐานกว้างด้านบนสุด ต้องกินมากสุด เป็นประเภท ข้าว แป่ง ธัญพืช
* ชั้นรองลงมาเป็น ผัก ผลไม้ ต้องกินให้ครบอย่างพอดี
* รองลงเป็น นม เนื้อสัตว์ ต้องกินให้ครบอย่างพอดี
* และล่างสุดส่วนปลายแฟลมของพีระมิดเป็นน้ำตาล น้ำมัน เกลือ ต้องบริโภคให้น้อยสุด
ทั้งนี้ สัดส่วนอาหารแต่ละกลุ่มขึ้นกับความต้องการพลังงงานของแต่ละบุคคล ตามเพศ อายุ กิจกรรมทางกาย
โภชนบัญญัติ 9 ประการ :
1)กินอาหารให้ครบทุกกลุ่มใรปริมาณที่แนะนำตามธงโภชนาการและหมั่นดูแลน้ำหนัดตัวตามเกณฑ์มาตรฐาน
2)กินข้าวดเป็นหลัก เน้นข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ
3)กินปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์จากถั่วเป็นประจำ
4)กินผักและผลไม้หลากหลายสีเป็นประจำ หลีกเลี่ยงผลไม้รสหวานจัด
5)ดื่มนมรสจืดและกินอาหารอื่นที่มีแคลเซียมสูง
6)หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด
7)กินอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และปรุงสุกใหม่
8)ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องอื่มรสหวาน
9)งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
สรุป กินแบบไทย สมดุล พอดี หลากหลาย คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพคนไทย :
นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของหญิงตั้งครรภ์และตามแต่ละช่วงวัยด้วย ตามที่มีระบุไว้ใน ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย 2568
แต่ละประเทศมีโมเดลการกินของตัวเอง :
หลายคนคงสงสัยว่าควรทำตามเทรนด์ต่างประเทศดีหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงนั้น แต่ละประเทศมีคำแนะนำโภชนาการไม่เหมือนกัน เป็นเพราะ "บริบท บริโภคนิสัย และสรีระ" ของคนแต่ละชาติไม่เหมือนกัน ประเทศในเอเชียต่างก็มีโมเดลการกินของตัวเอง เช่น
* ธงโภชนาการของไทย
* ยอดข่างของญี่ปุ่น
* พีระมิดของเวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์
* เจดีย์ของจีน
* และจักรยานของเกาหลีใต้ เป็นต้น
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 15 มีนาคม 2569

